ถ้าหากว่ามิอ่อนโยนละก็! คงจะทำให้ร่างเล็ก ๆ น่ารักเช่นเจ้าไร้ซึ่งศพและซากกระดูกไปแล้ว”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของราชทินนามเฮยนั้นแข็งทื่อ ดวงตาใส ๆ กลมโตนั้นได้ฉายแววแห่งความริษยาออกมา
“เสี่ยวไป๋ของเจ้า…เจ้ากลับกล้าเรียกพี่ไป๋อีว่าเสี่ยวไป๋ เจ้ากลับกล้าบอกว่าพี่ไป๋อีเป็นของเจ้า ข้าจะ…”
ไม่ทันรอให้นางลงมือกับมู่เฉียนซีด้วยความริษยา กระบวนกระบี่อันไร้ความปราณีของกู้ไป๋อีก็ได้พุ่งเข้ามาแล้ว นางจึงทำได้เพียงหลบหลีกไปมาอย่างทุลักทุเล
กู้ไป๋อีกล่าว “คุณหนูใหญ่ มิต้องไปสนใจผู้อื่น เข้าไปเถิด!”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “ได้!”
ทั้งสองเข้าไปในป้อมปราการ และทันทีที่ประตูได้ปิดลงก็เหลือไว้เพียงราชทินนามเฮยที่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ตรงนั้น
ราชทินนามเฮยกล่าว “หญิงสาวที่อ่อนแอและไม่มีจิตใจรักใคร่ผู้นั้นมีดีตรงไหนกัน? นอกจากการที่นางมีร่างกายที่ถือได้ว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรื่องอื่น ๆ นั้นไม่สามารถที่จะสู้ข้าได้เลย ทำไมพี่ไป๋อีถึงไปชอบนาง ทำไม?!”
มู่เฉียนซีหันกลับไปมองกู้ไป๋อีแล้วถามขึ้น “เด็กสาวน้อยเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน?”
กู้ไป๋อีกล่าว “หนึ่งในสิบสองราชทินนาม นามว่าเฮย”
“ผู้ที่ได้รับตำแหน่งราชทินกลับมีสภาพเหมือนเด็กผู้หนึ่ง?” มู่เฉียนซีค่อนข้างสงสัย
กู้ไป๋อีกล่าวตอบ “เป็นเพราะการฝึกเคล็ดวิชา ร่างกายของนางได้หยุดเติบโตตั้งแต่นางยังเล็ก อย่างน้อยนางก็เป็นตัวประหลาดพันปีผู้หนึ่ง จากนี้ไปคุณหนูใหญ่อยู่ให้ห่างนาง