านั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ที่ชิงมู่กล่าวถึงอย่างแน่นอน เกรงว่าคงจะมีผู้ได้รับมรดกจากเขาแล้วจากนั้นก็ออกมาก่อความวุ่นวาย
“แล้วถ้าหากว่าข้าจะต้องทำให้เจ้าพูดให้ได้เล่า?”
“ข้าไม่พูดหรอก!”
เขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บจากรอบด้าน กู้ไป๋อีได้ชักกระบี่ยาวออกมาจ่อที่คอของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เจ้าไม่กลัวตายจริงหรือ?” กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ดวงตาอันเย็นชาคู่นั้นแฝงไปด้วยจิตสังหาร ราวกับว่าจะทำให้เขาถูกแช่แข็งไปทั้งตัวก็มิปาน
เขาจะไปอยากตายได้อย่างไร?
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ข้าสามารถวางยาพิษเมืองเหลยของเจ้าได้ ข้าก็สามารถวางยาพิษเจ้าได้ หรือเจ้าอยากลองความรู้สึกของการที่มีพิษร้ายหลายชนิดอยู่บนร่างของเจ้าดู?”
“ไม่เอา…ไม่เอา….ข้าพูดแล้ว….”
“มันคือสำนักขวางโซ่ว เป็นพวกเขาที่เอาสัตว์พิษให้ข้า พวกเขาสั่งให้ข้าควบคุมเมืองที่อยู่รอบเมืองเหลยสิบเมือง เมื่อถึงตอนนั้นแล้วจะมีรางวัลใหญ่ ข้าเกิดความโลภเข้าครอบงำจิตใจชั่วขณะ ก็เลย….”
“สำนักขวางโซ่ว ที่ถิ่นทุรกันดารมีกองกำลังเช่นนี้หรือ?”
“พวกเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารอย่างแน่นอน แต่ทว่ากำลังของมันนั้นก็คงจะไม่อ่อนด้อยไปกว่าขั้นสำนักนิกายระดับสอง”
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แดนตะวันออกมีสำนักนิกายระดับสองนับพัน แต่ไม่มีสำนักเช่นนี้อยู่ ยิ่งแดนเหนือยิ่งไม่มี นอกเสียจากว่า…..”
ถึงแม้ว่าเขาจะใจจดใจจ่ออยู่กับการฝึกยุทธ์