ส่วนพิษของอสรพิษนั้น…
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ฟึบ ฟึบ ฟึบ!
เข็มยาทั้งหมดได้กระเด็นลอยออกมา
แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง!
เข็มยาได้ทิ่มปักเข้าไปในกำแพงทีละเข็มทีละเข็ม
สีหน้าของมู่เฉียนซีเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก พิษอื่น ๆ นั้นได้ถอนออกไปแล้ว แต่ทว่าพิษของอสรพิษนั้นกลับกำเริบอย่างสมบูรณ์เสียแล้ว
กู้ไป๋อีลืมตาทั้งสองข้างขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างที่เย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็ง ในบัดนี้ได้มีแววของเปลวเพลิงขึ้น เขายื่นมือออกมาจับตัวมู่เฉียนซีเอาไว้
“กู้ไป๋อี เจ้าบอกว่าเจ้าสามารถทนได้ หากตอนนี้เจ้าทำอะไรมั่วซั่วล่ะก็ ข้าฆ่าเจ้าแน่!” นางกล่าวด้วยเสียงขรึม
แต่ทว่าข้อมือของนางกลับถูกกู้ไป๋อีกุมเอาไว้แน่น สำหรับเขาที่เป็นผู้ฝึกวรยุทธ์อย่างบริสุทธิ์แล้ว เรื่องของแรงพลังนั้นมากเสียจนน่ากลัว
ใบหน้าอันงดงามของกู้ไป๋อีนั้นกำลังเข้ามาใกล้ ใกล้เข้ามาอีก แล้วก็กล่าวขึ้นที่ข้างหูของมู่เฉียนซี “คุณหนูใหญ่ ตีข้าให้สลบ!”
ดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงคู่นั้นสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่มิอาจหาผู้ใดเทียบได้ ในหัวสมองนั้นเกิดความวุ่นวายจนไม่ไหว ในที่สุดเขาก็ได้หลับตาลงไป
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ ข้าดูเบาเจ้าไปจริง ๆ สามารถฝึกยุทธ์ไปได้จนถึงขั้นนั้น จิตใจของเจ้านั้นไร้ซึ่งที่ติจริง ๆ เพียงแค่พิษงูมิจำเป็นที่จะต้องหวั่นกลัวมันเลย!”
เข็มยาเข็มหนึ่งได้ทิ่มเข้าไปในแขนของเขา
มู่เฉียนซีกล่าว “มาเร็ว! นำตัวเขาไปแช่ที่บ่