านหน้าของมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “ไสหัวไป!”
สีหน้าของมู่เฉียนซีมืดครึ้มลง “กลิ่นอายแห่งความตายหนักนัก!”
นางกลืนยาลงไปหลายขวดเพื่อป้องกันไม่ให้พิษเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายของนาง
ที่แห่งนี้ไม่มีชีวิตชีวาเลยแม้แต่น้อย มู่เฉียนซีไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าจะไปหาไข่ใบนั้นได้จากที่ไหน
“มีสิ่งมีชีวิตเป็น ๆ อยู่ ที่นี่กลับมีสิ่งมีชีวิตเป็น ๆ ขึ้นมาแล้ว ช่างดียิ่งนัก”
มู่เฉียนซีเดินอยู่ในมิติแห่งนั้นได้ไม่นานนัก ก็พลันปรากฎเสียงที่ทุ้มต่ำและแข็งกระด้างลอยมา
เสี่ยวหงโกรธเกรี้ยวเข้าแล้ว “ไอ้นกบ้าจอมปดนั่นบอกว่ามีแต่เพียงอัคคีมรณะกับกลิ่นอายมรณะเท่านั้น ไอ้สิ่งประหลาดนี่มันโผล่ออกมาตั้งแต่เมื่อใดกัน!”
สิ่งประหลาดนั้นไร้รูปร่างและไร้ซึ่งดวงตา มันเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มกันของอากาศพิษ
อู๋ตี้กล่าวขึ้น “บางทีเมื่อก่อนหน้านี้มันอาจจะไม่มี แต่เนื่องจากกลิ่นอายมรณะที่นับวันจะมีมากขึ้น เกิดสิ่งประหลาดเช่นนี้ขึ้นมา ก็มิแปลก!”
เสี่ยวหงถามขึ้น “เช่นนั้นจะทำอย่างไร?”
“แน่นอนว่าต้องซัดมันสิ!” อู๋ตี้กล่าวตอบ
เสี่ยวหงกล่าวด้วยจิตใจที่ร้อนรน “นายท่านรีบไปเร็ว! เจ้าสิ่งนี้ไม่ง่ายที่จะรับมือเลยแม้แต่น้อย!”
ตูม!
พลังโจมตีของเจ้าสิ่งนี้มิได้แข็งแกร่งนัก แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงของมันก็คือการโจมตีต่อมันล้วนแต่ไร้ผลทั้งสิ้น
มันเกิดจากรวมตัวจับกลุ่มกันของกลิ่นอายมรณะ ซึ่งไม่อาจที่จะโจมตีมันให้แตกสลายได้!
สิ่งประหลาดนี้เองก็รู้ว่าอู