๋ตี้และเสี่ยวหงเป็นสิ่งที่มันต่อกรด้วยได้ยาก ดังนั้นแล้วมันจึงไม่ได้เอาอู๋ตี้และเสี่ยวหงเป็นเป้าหมายของมัน
ทันใดนั้นมันกลับแยกตัวเป็นหลายส่วนแล้วพุ่งไปล้อมมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีคิดอยากที่จะหลบไป แต่ทว่าอากาศที่รอบด้านนั้นก็ได้เปลี่ยนสภาพและมีความเหนียวขึ้นมา ความเร็วของนางกลับกลายเป็นช้าลงเป็นอย่างมาก
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ถูกกลุ่มกลิ่นอายมรณะสีดำเหล่านี้ล้อมรอบเอาไว้ “หึหึหึ! จับตัวได้แล้ว ช่างเป็นกลิ่นอายชีวิตที่มีรสชาติโอชะนัก!”
อู๋ตี้และเสี่ยวหงโกรธจัด “บัดซบ! รีบปล่อยเจ้านายของข้า!”
ตูม!
ไม่ว่าพวกมันจะโจมตีอย่างไร กลุ่มกลิ่นอายมรณะก็ยังคงล้อมมู่เฉียนซีเอาไว้อย่างแน่นหนา
มู่เฉียนซีรู้สึกว่ากลิ่นอายมรณะกำลังรุกเข้าไปในร่างกายของนาง ยาของนางนั้นมิอาจที่จะใช้ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
แต่ในตอนนี้เอง ที่ร่างกายของมู่เฉียนซีก็ได้ระเบิดแสงสีเขียวออกมาวาบหนึ่ง และทันใดนั้นก็ได้ทำให้กลิ่นอายมรณะนั่นสลายหายไป
มู่เฉียนซีตะลึงงัน นี่ดูเหมือนว่าจะเป็นพลังชีวิตของชิงอิ่ง
ถึงแม้ว่าชิงอิ่งจะหลับใหลอยู่ แต่เมื่อเผชิญพลังของความตายที่เข้ามาคุกคามผู้เป็นนายของตน พลังของเขาก็ออกมาปกป้องมู่เฉียนซีโดยสัญชาตญาณ!
พลังแห่งชีวิตนั้นเป็นดาวซวยของพลังแห่งความตายอย่างแน่นอน
ทุกทีที่มู่เฉียนซีเดินไปถึง พลังแห่งความตายเหล่านั้นก็ได้สลายไปอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เมื่อครู่นี้เจ้าโอหังนักนะ! แต่ทว่า บัดนี้วั