หากจะอยู่ด้วยกันก็อยู่ต่อไป ข้าไปแล้ว”
มู่เฉียนซีโบกมือลาและจะจากไปจริง ๆ สีหน้าของเหยียนเซี่ยฉีกับเย่เฉินมืดครึ้ม ล้วนได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้ว นางยังคิดว่าพวกเขาจะมีกะใจมาสาธยายความรักความรู้สึกกันอีกหรือ!
เหยียนเซี่ยฉีกล่าว “รอด้วย พวกเรา พวกเรากลับไปเมืองเหยียนด้วยกันเถิด!”
เหยียนเซี่ยฉีเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสา นางเป็นบุตรีของเจ้าเมืองเหยียน ในขณะเดียวกันนางก็เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองเหยียนด้วย
นางอายุเพียงสิบเจ็ดปีแต่กลับมีพลังความสามารถระดับจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สี่ ทั่วทั้งแดนตะวันออกเองก็หาพบได้ยากยิ่ง หลังจากได้รู้อายุของมู่เฉียนซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางก็ได้ใช้ศักดิ์เป็นพี่สาวกับมู่เฉียนซีเสีย
“ในเมืองเหยียนนี้มีข้าอยู่ ไม่มีใครสามารถที่จะรังแกเจ้าได้” นางกล่าวพลางตบอก
เย่เฉินรู้สึกจนปัญญา ด้วยความสามารถของแม่นางผู้นี้ เกรงว่าคงจะมิใช่ผู้อื่นมารังแกนาง หากแต่เป็นนางจะไปรังแกผู้อื่นเสียให้ตายมากกว่ากระมัง!
มู่เฉียนซีถามขึ้น “เมืองเหยียนเฉิงไม่มีค่ายกลส่งระยะไกลไปยังเมืองตงจี๋หรือ?”
เหยียนเซี่ยฉีกล่าวด้วยอาการเขินอายอยู่บ้าง “เมืองเหยียนเป็นแค่เพียงสำนักนิกายระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่มีค่ายกลส่งระยะไกล ที่ที่มีค่ายกลส่งระยะไกลของทั้งแดนตะวันออกนั้น อย่างน้อยจะต้องเป็นสำนักนิกายระดับสอง ซึ่งทั้งแดนตะวันออกนั้นเหมือนจะมี…..”
“มีทั้งหมดหนึ่งร้อยสามสิบแห่งที่เป็นเมืองระ