ิงกล่าว “มู่เฉียนซีก็คืออาจารย์มู่ ก่อนหน้านี้พวกข้า พวกข้า……เมื่อครู่ข้าก็เพิ่งจะ……”
คาดว่าในคืนนี้ และอีกหลายวันข้างหน้า ซูเซิงก็ไม่สามารถดึงสติกลับมาจากข่าวที่น่ากลัวนี้ได้
ส่วนจิ่วเยี่ยในตอนนี้ก็ได้พามู่เฉียนซีไปในสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดแล้ว
กลิ่นหอมของเหล้าได้อบอวลไปรอบ ๆ ทว่า จิ่วเยี่ยก็ยังคงป้อนเหล้าให้มู่เฉียนซีอยู่เช่นนั้นทีละคำ ๆ
ตอนนี้ ชายหนุ่มผู้รูปงามอย่างไร้ที่เปรียบใช้ปากป้อนเหล้า นี่เป็นเรื่องที่หาได้ยากในใต้หล้านี้
ทว่า นี่ไม่ใช่ผู้รูปงามที่บริสุทธิ์ แต่กลับเป็นปีศาจที่ทำให้คนลุ่มหลงต่างหาก มู่เฉียนซีจับจิ่วเยี่ยเอาไว้ และกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าหยุดยั่วยวนข้าได้แล้ว หากเจ้ายั่วยวนข้าต่อไปเช่นนี้ข้าจะ……ข้าจะกระทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ากับเจ้าแล้วนะ……”
จิ่วเยี่ยกัดติ่งหูมู่เฉียนซีเบา ๆ และกล่าวว่า “เช่นนั้น ซีก็ทำให้ข้าดูหน่อยสิ ว่าซีจะกระทำเลวทรามต่ำช้ากับข้าเช่นไร……”
ตุบ!
จากนั้นเหล้าก็ออกฤทธิ์ขึ้น มู่เฉียนซีโผตัวเข้าหาจิ่วเยี่ยและกดทับจิ่วเยี่ยให้นอนลง
“เจ้าอยากจะรู้มากใช่หรือไม่ เช่นนั้นเจ้าก็เบิกตาดูดี ๆ ล่ะ หวงจิ่วเยี่ย ข้าจะบอกให้เจ้ารู้เอาไว้ ว่าผลลัพธ์ที่เจ้ายั่วยวนข้ามันเป็นเช่นไร……”
ฉึก!
เสื้อผ้าถูกฉีกออก พวกเขาพัวพันกันเป็นเวลานานมาก ก็ไม่รู้เหมือนว่าสุดท้ายแล้วใครกระทำเลวทรามต่ำช้าใครกันแน่……
ณ แคว้นจื่อเยี่ย ตอนนี้ในราชสำนักได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแล้ว
ขันทีผ