ู้หนึ่งได้พรวดเข้ามาในห้องบรรทมของฮ่องเต้ด้วยความตื่นตระหนก “ฝ่าบาท แย่แล้วพะยะค่ะ มีคนบุกเข้ามาแล้วพะยะค่ะ!”
หลังจากที่คนกลุ่มนั้นได้ทำลายจวนตระกูลมู่เสร็จ ก็บุกเขามาในวังทันที
น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกดังขึ้น “นึกไม่ถึงเลยว่าจากที่แย่งกันไปแย่งกันมา สุดท้ายผู้ที่ได้เป็นฮ่องเต้กลับเป็นเจ้า ซวนหยวนหลี่เทียน!”
ซวนหยวนหลี่เทียนเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผู้นี้ก็ตกใจนิ่งอึ้งไป เขากล่าวเสียงขรึมว่า “นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า เจ้ายังไม่ตาย!”
“มู่หรูเหยียน!”
หญิงสาวตรงหน้ามีคิ้วโค้งโก่งดุจใบหลิว แววตาใสดุจดั่งหยดน้ำ สวมชุดผ้าลายเมฆสีขาวบริสุทธิ์ดุจดั่งดอกบัวในทะเลสาบใสดอกหนึ่งที่ทำให้ผู้คนไม่อาจดูหมิ่นได้
รูปลักษณ์เช่นนี้ หากไม่ใช่มู่หรูเหยียนหญิงสาวที่เคยเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจื่อเยี่ยแล้วจะเป็นใครไปได้ หากไม่ใช่มู่หรูเหยียนผู้ที่เคยเป็นหญิงสาวของท่านพี่ไท่จื่อของเขาแล้วจะเป็นใครไปได้
“เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วย!”
ในครานั้น เห็น ๆ กันอยู่ว่านางได้ตกหน้าผาไปกับมู่หรูอวิ๋น เหตุใดนางถึงมีชีวิตรอดมาได้
มู่หรูเหยียนยิ้มพลางกล่าว “ใช่ ข้ายังไม่ตาย นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเจ้าสารเลวมู่หรูอวิ๋นนั่นจะลากข้าลงไปตายด้วย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางจะลงนรกไปแล้วหรือไม่ ข้าไม่เพียงแต่ยังไม่ตาย อีกทั้งข้ายังมีชีวิตใหม่อีกด้วย”
“มีสถานะอันสูงส่งกว่าเดิม และยังมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ตอนนี้คิดจะฆ่ามู่เฉียนซีกับ