องมู่เฉียนซีด้วยความประหลาดใจ
ผู้ที่สามารถฆ่าหุ่นเชิดสัตว์สงครามเหล่านั้นได้ เป็นไปไม่ได้ที่พลังจะอ่อนแอเช่นนี้
“เห็นได้ชัดว่ามีแค่เจ้าเพียงผู้เดียวที่มีพลังและดวงจิตพิเศษ แต่เหตุใดกลับไม่ใช่เจ้า!”
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นผู้ที่มีหอศิลาอยู่ แต่มันก็ไม่สามารถควบคุมเรื่องทุกอย่างของภายนอกได้
ทำได้เพียงแค่อาศัยความผันผวนของพลังกับความผันผวนของดวงจิตตัดสิน จึงทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว คนผู้นั้นไม่ใช่ข้าแน่นอน ข้าเป็นแค่จักรพรรดิแห่งภูตระดับสาม และข้าก็อ่อนแอที่สุดในกลุ่มของพวกเขา”
“อ่อนแอที่สุด!” มังกรมองไปที่มู่เฉียนซี
“ไม่เพียงแต่อ่อนแอที่สุด แต่ยังอัปลักษณ์ที่สุดอีกด้วย เจ้าไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ต่อแล้ว ที่รักของข้า ก็ไม่อยากเห็นหน้าเจ้าแล้ว!”
สายลมอันน่าสะพรึงกลัวพัดกระโชกไปทางมู่เฉียนซี
นี่เป็นพลังแห่งมิติที่สามารถทำให้ร่างของคนแหลกสลายกลายเป็นชิ้น ๆ ได้ภายในชั่วพริบตา หากกระทบกับร่างของมู่เฉียนซีเข้าแล้ว มู่เฉียนซีต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
แสงสีเขียวอ่อนได้ห่อหุ้มร่างของมู่เฉียนซีขึ้น พลังแห่งเวลาทำให้พลังแห่งมิตินี้ล่าถอยกลับไป!
ดวงตาของมังกรยักษ์ตัวนั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจมองไปที่มู่เฉียนซี “นี่มัน……พลังนี้……”
“ศาลานิรันดร์ ศาลาเลือนรางเก้าชั้น!”
“อาถิง นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอเจ้าที่นี่!”
มู่เฉียนซีผงะตกใจไปครู่หนึ่ง มังกรยักษ์ตัวนี้แค