ิ์สิทธิ์ระดับที่สี่แน่!”
“………”
เฟิงอวิ๋นซิวตะลึงค้าง มิน่าละนางถึงได้เชื่อมั่นในตนเองเช่นนั้น ที่แท้ในมือของนางก็มีไพ่ตายที่ยังไม่ได้นำออกมาใช้เลยอยู่นี่เอง
นอกจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่สามแล้ว กลับมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่สี่อีกตัวหนึ่งด้วย
เช่นนั้นแล้วหลังจากนี้ นางจะแย่งชิงกับเขาหรือไม่?
เขาไม่อยากที่จะเป็นศัตรูกับนางจริงๆ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการต่อสู้กับนางสักศึกหนึ่งเลย!
ครืน!
ในขณะที่อู๋ตี้กำลังต่อสู้อยู่กับคนของตำหนักเป่ยหาน สนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งทั้งสนามก็ได้เริ่มพังทลายลง!
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “นั่นเป็นเพราะการมีอยู่ของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ สนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งถึงมิได้พังทลายลง แต่มาตอนนี้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่ในมือของข้า เกรงว่า……”
“รีบออกไปจากสนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งเร็ว มิเช่นนั้นสนามรบโบราณจะพังทลายทั้งหมด หากพวกเราหลุดร่วงเข้าไปในรอยแตกของมิติจะเกิดปัญหาวุ่นวายเอา”
“อู๋ตี้ เสี่ยวหง!” มู่เฉียนซีเองก็ได้ตะโกนขึ้นอย่างรีบร้อน
ผู้แข็งแกร่งขั้นที่เจ็ดผู้นั้นก็มิได้ปะมือกับหลิงแล้ว แต่กลับไปพยุงตัวอวี้จีขึ้นมา เขากล่าว “พวกเราไปกันเถอะ!”
พวกเขาได้หาทางออกกันอย่างแข่งกับเวลาทุกเสี้ยววินาที แต่ทว่าความเร็วในการพังทลายลงของสนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งนั้นรวดเร็วกว่านัก หลิงได้ดึงตัวของมู่เฉียนซีและพามุ่งไปทางด้านนอกอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่าทั้งสนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งนั้น