ียนซีกล่าว “เจ้าคิดว่า ข้าจะเชื่อในคำพูดภูตผีของเจ้ารึ?”
“แต่ว่าข้างหน้าเจ้านั้นมีทางเดินเพียงทางเดียว แม้ไม่เชื่อแต่ก็ต้องเดินมามิใช่หรือ? สาวน้อย………”
“อีกอย่างนึง ข้านั้นเป็นเศษส่วนหนึ่งของวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นคนละสิ่งกันกับผี เจ้าจะสับสนมิได้”
มันพูดถูก ตรงหน้านั้นมีทางเดินเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น
แต่เมื่อมู่เฉียนซีเพิ่งเริ่มก้าวเดินขึ้นมา ก็ได้เข้าไปสู่มิติอีกแห่งหนึ่ง
มู่เฉียนซีพึมพำขึ้นมา “เป็นกับดักอีกแล้ว ลูกเล่นเช่นนี้ยังเล่นไม่เบื่อกันอีก”
ในห้องแห่งนี้ไม่มีคนอยู่ แล้วก็ไม่มีสัตว์วิญญาณที่มีสันดานในการโจมตีด้วย
เสี่ยวหงพึมพำ “สถานที่ทรุดโทรมแห่งนี้ก็คงจะสามารถเลี้ยงพวกสัตว์ประหลาดที่ขาดสารอาหารเหล่านั้นได้เท่านั้น ข้าว่าเจ้าหมอนั่นนอกจากจะเล่นสนุกสนานกับเรื่องของมิติแล้ว ยังจะต้องทำอะไรเพื่อที่จะลอบทำร้ายนายท่านอีกแน่นอน”
เจ้าเสี่ยวหงนั้นเป็นพวกปากอีกาอัปมงคลอย่างแน่นอน
เพราะทันทีที่มันกล่าวจบ ประตูอีกบานหนึ่งก็ได้เปิดออก
เงาร่างสีแดงสดเงานั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก
อวี้จีได้เดินเข้ามา เมื่อนางเห็นเงาร่างสีม่วงเงานั้นนางก็ยิ้มแล้วกล่าวขึ้น “น้องสาวสตรีศักดิ์สิทธิ์ ช่างบังเอิญเสียจริงนะ!”
มู่เฉียนซีแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อย บังเอิญที่ไหนกัน? นี่มันคู่แค้นเจอกันในตรอกแคบชัดๆ
อวี้จีลูบไล้ที่รอยแดงบนใบหน้ารูปไข่ของนาง “ตอนนี้ข้ายังเจ็บที่จุดนี้อยู่เลยนะ! น้องสาวสตรีศักดิ์สิท