ทุกคนล้วนแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครเทียบได้ ถึงแม้ว่าเฟิงอวิ๋นซิวผู้นี้จะไม่ได้น่ารังเกียจ แต่เมื่อถูกเขาเห็นเป็นผู้อื่นที่มิใช่นาง เลยคอยเอาใจใส่ ปกป้อง อีกทั้งยังตามใจ เลยรู้สึกขัดใจยิ่งนัก
ใบหน้าของอาถิงร้อนผ่าวขึ้นมา เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงดัง “ถ้าหากว่าผู้เป็นนายของข้าศาลานิรันดร์มิได้พิเศษไม่เหมือนใคร นั่นคือเจ้ากำลังดูหมิ่นสายตาของข้า”
“อืมๆๆ สายตาของท่านอาถิงนั้นดีเยี่ยมที่สุดอย่างแน่นอน”
“มีอะไรหรือ?” หลังจากที่ได้ตรวจวัดพื้นที่ตรงนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิงอวิ๋นซิวรู้สึกว่ามู่เฉียนซีนั้นเหมือนมีอาการเหม่อลอยอยู่บ้าง
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่มีอะไร ที่พื้นที่เขตนี้ยังหาไม่พบหรือ?”
“ไม่พบ! เราต้องหาต่อไป!”
เขาวางหินเทพอัคคีลงโดยที่ยังมิได้เดินออกไปจากพื้นที่เขตนี้ มันเป็นเครื่องสำรวจที่ทรงพลังมากอย่างแน่แท้!
แต่…
ในการใช้สิ่งของที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้นก็มีราคาที่ต้องจ่ายให้แก่มัน สีหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวนั้นซีดเผือดลงไปเรื่อย
“พักผ่อนก่อนเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
พวกซวนอีเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจแต่กลับไม่กล้ากล่าวออกไป แต่ทว่ามู่เฉียนซีนั้นได้เปิดปากกล่าวขึ้นทันใด
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้ายังสามารถทนได้ไหว เราจะยอมให้พวกตำหนักเป่ยหานนำหน้าไปก่อนมิได้”
มู่เฉียนซีถามขึ้น “มีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นที่สามารถใช้หินเทพอัคคีได้หรือ? พวกซวนอีไม่สามารถใช้ได้?”
ซวนอีกล่าว “หินเทพอัคคีมีเพียงแต่ผู้บำเพ็