ญภูตธาตุไฟเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้”
มู่เฉียนซีถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ เช่นนั้นอารองก็ไม่ต้องแบกรับความยากลำบากเช่นนี้แล้ว!
เฟิงอวิ๋นซิวยังคงยืนกรานอยู่เช่นเดิม มู่เฉียนซีจึงกล่าวขึ้น “เฟิงอวิ๋นซิว ถึงแม้ว่าเจ้าอยากที่จะหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ให้พบโดยเร็วและขอผู้ที่เจ้าตั้งใจเอาไว้แต่งงาน แต่ตอนนี้เจ้าเองก็ต้องพักผ่อนก่อน มิเช่นนั้นหากเป็นลมไปก็จบสิ้นกัน”
“ทำเช่นนี้นี่มันไม่ใช่การหามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นการฟุ่มเฟือยชีวิตวัยหนุ่มสาว”
เฟิงอวิ๋นซิวสีหน้าแข็งทื่อขึ้นมาในทันใด “เฉียนซี เจ้าอย่าพูดเหลวไหล! ข้า…”
“ในเมื่อมิใช่เพื่อที่จะไปหิ้วสาวงามกลับบ้าน เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสี่ยงชีวิตเช่นนั้นแล้ว! พักผ่อน กินยา!”
คำพูดของมู่เฉียนซีทำให้เฟิงอวิ๋นซิวหมดสิ้นคำจะกล่าว ในที่สุดเขาก็ได้โดนมู่เฉียนซีบีบบังคับให้พักผ่อนไปเสีย
ซวนเอ้อพึมพำขึ้นมา “แม่นางมู่พูดจานั้นไร้ซึ่งเหตุผลสิ้นดี!”
นั่นเป็นถึงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในการฆ่าฟัน ทำไมเมื่อมันถูกกล่าวออกจากปากของนาง มันจึงได้กลายเป็นสิ่งของหมั้นหมายชิ้นหนึ่งไปเสีย
ซวนอีกล่าว “หญิงสาวผู้นี้ไม่ว่าด้วยเหตุผล แต่ทว่ามีแต่เพียงผู้ที่ไม่ว่าด้วยเหตุผลเท่านั้นถึงจะสามารถเอานายน้อยได้อยู่”
ครั้งก่อนหน้าเมื่อตอนที่กำลังสำรวจสนามรบโบราณแห่งที่สามอยู่ พวกเขานั้นเอานายน้อยไม่อยู่เลยด้วยซ้ำ ทำให้นายน้อยสูญเ