สียพลังวิญญาณไปไม่น้อย และสุดท้ายจึงได้ถูกลอบโจมตีและได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก
มาตอนนี้มีนางผู้นี้อยู่ ในที่สุดก็นับว่ามีผู้ที่สามารถควบคุมนายน้อยได้แล้ว
ซวนอีรู้สึกว่า การพาหญิงสาวนางนี้มาด้วยก็มีประโยชน์เช่นกัน
เพราะมู่เฉียนซีนั้นเป็นนักปรุงยาผู้หนึ่ง เพราะฉะนั้นทันทีที่เฟิงอวิ๋นซิวใช้พลังความสามารถเกินขีดจำกัดก็จะถูกมู่เฉียนซีตรวจพบและออกคำสั่งให้พักผ่อน
เฟิงอวิ๋นซิวไม่สามารถที่จะโต้แย้งสู้มู่เฉียนซีได้ จึงทำได้เพียงแต่ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี
ตลอดทางมานี้ ซวนอีและพรรคพวกล้วนแต่นับถือมู่เฉียนซีเป็นอย่างมากเสียแล้ว และความหวาดระแวงระแวดระวังที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ก็ล้วนได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว
ถึงแม้ว่ามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จะสำคัญเป็นอย่างมาก แต่สำหรับพวกเขาแล้วเจ้านายของตนนั้นยิ่งใหญ่เหมือนดั่งผืนฟ้า
ถึงแม้ว่าจะเสียเวลาในเรื่องของความเร็วไปบ้าง แต่เฟิงอวิ๋นซิวก็ได้รู้สึกว่าจิตใจที่มึนชาของตนนั้นเริ่มมีความอบอุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว
นอกจากเหล่าลูกสมุนของเขาแล้ว แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีผู้สนใจ ใส่ใจในร่างกายของเขา
คนผู้นี้เป็นห่วงเป็นใยเขา มันไม่เกี่ยวกับการที่เขาเป็นนายน้อยแห่งตำหนักตงจี๋ ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในโลกทั้งสี่ทิศ แต่ห่วงใยเพียงเพราะว่าเขาคือเฟิงอวิ๋นซิว
ในตอนที่พักผ่อนอยู่นั้น สายตาของเขากำลังวาดใบหน้าของมู่เฉียนซีอย่างจริงจัง เค้าโครงของใบหน้านั้น ช่างเหมือน