ยิ่งนัก…..
ถ้าหากว่าเป็นนางจริงๆ การที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากนาง ถึงต่อให้จิตสลายวิญญาณล่องลอยไปในตอนนี้ เขาก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีสิ่งใดให้น่าเสียดายแล้ว
ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่นั้นแฝงแววแห่งความคาดหวัง แต่ทว่าเงาร่างที่อยู่ในสายตาคู่นั้นกลับเป็นใครที่ไม่คุ้นเคยยิ่งนัก
นางนั้นถือว่าเฟิงอวิ๋นซิวเป็นมิตรสหาย แต่เจ้าหมอนี่กลับเห็นนางเป็นตัวแทนของนางผู้นั้น สายตาของมู่เฉียนซีพลันมืดครึ้มลง นางอยากจะทุบเข้าสักตุบหนึ่งเพื่อให้เจ้าหมอนี่ตื่นขึ้นมา
เงาร่างสีเขียวเงาหนึ่งพุ่งออกมา การกระทำของชิงอิ่งนั้นราวกับว่ามีการตอบสนองที่ฉับไวต่อความคิดของมู่เฉียนซี
ปัง! ชิงอิ่งได้ซัดกำปั้นออกไปคราหนึ่ง มันพุ่งตรงเข้าไปที่หน้าของเฟิงอวิ๋นซิว
“เจ้ากำลังทำอะไร?” พวกซวนอีพุ่งเขามาตอบโต้ชิงอิ่ง
ปึ้ง! ซวนอีถูกพวกเขาโจมตีถอยร่นออกไปแต่มิได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ส่วนเฟิงอวิ๋นซิวนั้นได้ถูกซัดถอยออกไปเป็นสิบก้าวได้ บนใบหน้าของเขานั้นบวมแดงขึ้นมา มุมปากมีเลือดสีสดไหลออกมา
ถูกต่อยจนเสียโฉมเสียแล้ว
พวกซวนอีเองก็โกรธกริ้วขึ้นมา และได้ล้อมตัวของชิงอิ่งเอาไว้
ชิงอิ่งมองไปที่เฟิงอวิ๋นซิวด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า “เฉียนก็คือเฉียน! และเป็นเฉียนเท่านั้น!”
“หากยังมองเฉียนเช่นนั้นอีก ข้าจะควักลูกตาของเจ้าทิ้งเสีย!”
เขาบอกกล่าวคำพูดประโยคหนึ่งออกมา แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงราบเรียบเป็นอย่างมาก
ไม่เพ