าเป็นสตรีก็สิ้นเรื่องแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
น้ำเสียงที่เรียบสงบของมู่เฉียนซี ทำให้หลานเยว่หนูอยากจะกระอักเลือดออกมา
มู่เฉียนซีกล่าว “ผู้นำหลาน หากท่านยังครุ่นคิดอยู่ต่อไป ลูกสาวของท่านก็จะเป็นหวัดเอาแล้ว”
ผู้นำหลานหันไปมองบุตรสาวของตนอย่างเจ็บหัวใจ เขากล่าว “ข้าตอบรับเจ้า เจ้าปล่อยตัวนางได้แล้ว!”
มู่เฉียนซีกล่าว “สำหรับนิสัยความเป็นคนของผู้นำหลานแล้วนั้น ข้าไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไร เช่นนั้นแล้วเมื่อพวกข้าจะออกจากป่าเชียนโยวนี้ไปแล้วข้าจึงจะยอมปล่อยตัว”
“เจ้าจะให้ลูกสาวของข้าเดินออกจากป่าเชียนโยวไปโดยตัวเปล่าเปือยเช่นนี้ นั่นไม่ได้อย่างแน่นอน ไม่ได้….”
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวอวี้ เอาเสื้อผ้ามาชุดหนึ่งแล้วสวมใส่ให้นาง”
“นางจะสบายเกินไปหน่อยแล้วกระมัง!” ไป๋อวี้ชิงบ่นออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ได้เอาเสื้อผ้าชุดที่โทรมที่สุดออกมาแล้วสวมใส่ให้แก่หลานเยว่หรู
แต่ด้วยแรงของการสวมใส่เสื้อผ้านั้น เหมือนจะอดไม่ได้ที่จะถลกหนังของหลานเยว่หรูออกมา ใครใช้ให้นางมาลอบโจมตีไป๋อวี้ฉิงเล่า
หลานเยว่หรูแสยะปากด้วยความเจ็บปวด สายตาของนางนั้นมองไป๋อวี้ฉิงราวกับจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งเป็น
มู่เฉียนซียิ้มขึ้นบางๆแล้วกล่าว “ตอนนี้คุณหนูใหญ่หลานก็จะไม่หนาวเย็นแล้ว แต่หากมือข้ากระตุกขึ้นมา เกรงว่าคุณหนูใหญ่หลานจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิต เช่นนี้แล้วพวกเรายังไม่รีบเดินทางกันอีกหรือผู้นำหลาน”
“ทางที่ดีเจ้า