กลับเป็นชายผู้นั้นที่สงบเรียบร้อยที่ไม่ได้มีท่าทีใกล้ชิดสนิทสนม
มู่เฉียนซีเปิดปากกล่าวขึ้นมา “ไป๋อวี้ฉิงนั้นกล่าวมิผิด พวกเรานั้นเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานจริงๆ หากคิดที่จะคุกคามกัน เจ้าจับตัวผิดคนแล้ว”
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีตอบไปเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ทว่าเมื่อไป๋อวี้ฉิงได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็กลับผิดหวังยิ่งนัก
ในตอนนี้เองอันซวนได้โกรธเกรี้ยวขึ้นมา “เฉียนซี ข้ามองเจ้าผิดไปแล้ว เอาผลหวายจักรพรรดิมอบให้ผู้หญิงนั่นเสีย ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าชีวิตของอวี้ฉิง”
บัดนี้บุรุษผู้เงียบสงัดจนไม่เข้าท่าได้ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาแล้ว เหมือนดั่งภูเขาไฟที่ระเบิดปะทุออกมาก็มิปาน ไป๋อวี้ฉิงตกตะลึง “อันซวน เจ้า….”
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของนาง นี่เป็นคำพูดของคนที่ไม่ชอบพูดจาหรอกหรือ? นาง…นางได้ยินไม่ผิดไป!
มู่เฉียนซีกล่าวเชิงหยอกล้อขึ้นว่า “สหายอัน คว้าโอกาสนี้สารภาพไปไม่เลวเลย”
อันซวนอดหน้าแดงมิได้ “สารภาพ เปล่า…ข้า…..”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่ชอบผู้หญิง เจ้าก็มิได้สนใจอวี้ฉิง เช่นนั้นเราจะไปทำการเจรจากับนางอสรพิษโรคจิตนั้นไปใย?”
สิ่งที่ทั้งสองกำลังสนทนากันนั้น ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนที่อยู่อีกฝั่งนึงตกตะลึงอยู่บ้าง จำนวนข้อมูลของคำพูดเหล่านี้ก็มากอยู่พอการ!
มู่เฉียนซีไม่ได้ชอบผู้หญิง ส่วนเขานั้นเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน……
ใบหน้าของอันซวนแดงระเรื่อ ภายใต้การบีบบังคับของมู่เฉียนซีเขาจึงยอมรับออกมา “ข้า…ข้าชอบ