ม่ได้อยู่ที่นี่ก็ได้ แต่ยากมากกว่าจะมีโอกาสเข้ามาในสนามรบโบราณนี้ได้ จะยอมแพ้ได้อย่างไรกันเล่า
จินซ่านซ่านยิ้มพลางกล่าว “คนงามมู่เจ้าวางใจได้ ข้าจะทำภารกิจให้สำเร็จอย่างแน่นอน”
วันต่อมา ยังคงตามหาของล้ำค่าอยู่
ในขณะที่จินซ่านซ่านค้นพบที่อยู่ของของล้ำค่าและกำลังหาวิธีจะหยิบมา ทันใดนั้นเองก็มีตะขาบตัวหนึ่งเคลือบคลานออกมาจากของล้ำค่านั้น
จินซ่านซ่านกรีดร้องขึ้นด้วยความตกใจ “ตะขาบ ตะขาบ อ๊า!”
“พี่ใหญ่ ข้าช่วย!” ศิษย์น้องคนหนึ่งของเขาโยนลูกไฟออกไปเผาตะขาบตัวนั้น
“หยุด!” ในตอนนี้เองมู่เฉียนซีตะโกนให้เขาหยุด แต่ก็สายไปแล้ว
สีหน้าของมู่เฉียนซีเคร่งขรึมลง นางรีบกล่าวขึ้นว่า “รีบหนีเร็วเข้า!”
จินซ่านซ่านนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “หนีเหรอ ยังไม่ได้เอาของล้ำค่าไปเลย เหตุใดพวกเราต้องไปด้วย ?”
ตะขาบก็ได้ถูกเผาไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่กลัวแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “หากเจ้าเลือกที่จะเป็นอาหารให้ตะขาบ เจ้าก็ไม่ต้องไปก็ได้นะ!”
“เป็นอาหารตะขาบอย่างนั้นเหรอ ?”
ฟู่ว ฟู่ว! ในตอนนี้เองมีเสียงแปลกประหลาดดังออกมาจากถ้ำหินที่อยู่ในบริเวณรอบ ๆ ผลสุดท้ายทั่วทั้งพื้นที่ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกดำ
“อ๊า ช่วยด้วย!” ตอนนี้จินซ่านซ่านกระโดดขึ้นมากอดแข้งกอดข้าศิษย์น้องของเขาไว้ ทั้งเท้าทั้งขาก็พัวพันอยู่บนร่างของศิษย์น้องผู้นั้น
ต้องขอบคุณในร่างกายอันแข็งแกร่งของคนผู้นั้น มิเช่นนั้นการที่จินซ่านซ่านกระโดดกอดแข้งกอดขาทุ่มน้ำหนักไปทั้งต