ื่อไปหน่อยก็เท่านั้นเอง
ทว่า เป็นเพราะเขาไม่ได้อันดับหนึ่ง ด้วยไฟริษยาในใจเขาทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนกระอักเลือดและหมดสติไป และนี่ทำให้หุบเขาหมอเทวดากลายเป็นตัวตลกไป จนทำให้ผู้คนต่างตั้งข้อสงสัยในวิสัยทัศน์ของท่านผู้เฒ่าแห่งหุบเขาหมอเทวดา
ฉายานามของเขาคือนักปรุงยาอันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ แต่กลับเลี้ยงดูศิษย์ออกมาเป็นเช่นนี้ ช่างไม่ได้เรื่องเอาซะเลย!
จากนั้นหัวหน้าหุบเขาเวินเหรินก็เริ่มมอบของรางวัล ไขกระดูกสีม่วง
อวี้เหลียนชิงหมดสติไป ไม่สามารถรับรางวัลด้วยตัวเองได้ ทำได้เพียงแต่ให้ศิษย์น้องร่วมสำนักรับรางวัลแทน
การคัดเลือกของหอโอสถได้สิ้นสุดลงแล้ว ทุกคนต่างก็บอกลากัน
นักปรุงยารุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้ แน่นอนว่าต้องกลับไปทบทวนในสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้มาจากหอโอสถ
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าว “อาจารย์ใหญ่หวงฝู่ ข้าอยากจะขอให้มู่เฉียนซีอยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองสามวัน ไม่ทราบว่าจะทำให้พวกท่านเสียเวลาหรือไม่”
อาจารย์ใหญ่หวงฝู่กล่าว “ไม่เสียเวลาแน่นอน หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินเอ็นดูสาวน้อยซีเช่นนี้ พวกข้าก็ดีใจ!”
นี่เป็นสวัสดิการที่พิเศษแน่นอน อีกสองคนที่เข้าไปในชั้นหกนั้นก็ไม่ได้มีสวัสดิการพิเศษเช่นนี้
เสียงของเจ้าเฒ่าจ้าวซือผู้นั้นดังขึ้นว่า “เจ้าเฒ่า คงจะพอใจแล้วสินะ! ก็ไม่รู้ว่าสำนักศึกษาซวนเสียของพวกเจ้าต้องทำบุญอีกกี่ร้อยชาติถึงจะได้เจอกับผู้ที่ล้ำค่าเช่นนี้สักคน”
ไป๋เหลิ่