พิฆาตวิญญาณเป็นกระบี่ที่ทรงพลังดุจดั่งปีศาจเล่มหนึ่งก็ว่าได้ ผู้ที่ได้มันไป หากพลังวิญญาณไม่แข็งแกร่งพอ ก็ไม่อาจทำพันธสัญญากับมันได้ ทำได้แค่เป็นทาสของมันก็เท่านั้น และถูกมันกลืนกินวิญญาณเข้าไปในที่สุด” ซวนอี้กล่าวเตือน
“อืม! ในตำราของอาจารย์เจ้าก็กล่าวเอาไว้เหมือนกัน พลังของข้าตอนนี้ไม่ควรจะทะเยอทะยานเกินตัว แค่คิดอยากจะซ่อมกระบี่ของตัวเองกลับมาให้ดีก็พอแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าว
มู่เฉียนซีกับซวนอี้เดินออกมาจากห้องตำราอาจารย์ใหญ่ ซวนอี้ก็กล่าวขึ้นว่า “มู่เฉียนซี ต้องขอโทษเจ้าด้วย ครั้งก่อนข้าเข้าใจเจ้าผิดแล้ว”
“อันที่จริงก็ไม่ได้เข้าใจผิดหรอก บุกเข้าไปในห้องตำราอาจารย์ใหญ่กลางดึก พฤติกรรมเช่นนี้มันนอกกรอบไปบ้าง”
“นอกกรอบเสียที่ไหนเล่า เจ้ากล้าหาญต่างหากหล่ะ!” ซวนอี้กล่าว
หลังจากการฝึกบำเพ็ญก็ได้พบเจอกับคู่ซ้อมที่ดีอย่างซวนอี้ วันเวลาก็ผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก
ทันใดนั้นเองก็นึกถึงนักเรียนในหน่วยสำนักปรุงยาขึ้นมาได้ มู่เฉียนซีรู้สึกว่านานมากแล้วที่ไม่ได้ไปดูการพัฒนาของพวกเขา
มู่เฉียนซีออกจากสำนักส่วนใน จากนั้นก็เริ่มแปลงกายเป็นอาถิงเข้าไปในหน่วยสำนักปรุงยา ร่างสีเขียวอ่อนวาบไป สูตรยาจำนวนมากก็ปลิวว่อนออกมาจากห้องปรุงยาของห้องเจ็ด
ทุกคนต่างก็กระฉับกระเฉงกันเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีที่แอบสังเกตการณ์อยู่ก็ถูกจับได้ “ท่านอาจารย์มู่!”
ผู้ที่จับได้ก็คือหวงฝู่จี้เหิน เขาในตอนนี้ไม่ใช่ผู้ที่รู้สึกต่ำต