ต่เรื่องกินโดยที่ไม่เกรงกลัวต่อความตายใด ๆ ทั้งสิ้น เห็นได้ชัดว่ากลิ่นอายแห่งจิตสังหารของหลิงนั้นได้ร้อนแรงขึ้นแล้ว “เจ้าคือเจ้ามู่ซีผู้นั้นใช่หรือไม่ ?”
หลังจากที่เคยได้เจอความเย็นยะเยือกอันหนาวเหน็บราวกับน้ำแข็งหมื่นปีในนรกของจิ่วเยี่ยมาแล้ว จวินโม่ซียังมีกำลังที่จะต้านทานได้อยู่บ้าง ดังนั้นจิตสังหารอันเลือดเย็นของหลิงนี้ สำหรับเขาแล้วไม่ได้มีผลกระทบมากนัก
“มหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับห้า สาวน้อย นี่เจ้าหลอกล่อลักพาตัวยอดฝีมือมาได้อีกคนแล้วงั้นเหรอ ไม่เลวเลย ไม่เลวเลย!”
สีหน้าของหลิงดำคล้ำด้วยความโกรธ สิ่งใดคือหลอกล่อลักพาตัว “ข้าเป็นอารองของซีเอ๋อร์ จำเป็นต้องหลอกล่อลักพาตัวมาอย่างที่เจ้าว่าด้วยเหรอ เจ้าหนุ่ม เจ้ากล้าใส่ร้ายป้ายสีซีเอ๋อร์ รนหาที่ตายซะแล้ว”
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของกระบี่พุ่งเข้ามา จวินโม่ซีรีบหลบหลีก เขากล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “อารอง สาวน้อย เจ้ามีแค่มู่อวู่ซวงที่เป็นท่านอาเล็กคนเดียวไม่ใช่หรอกรึ ?”
“ในเมื่อมีอาเล็ก แล้วจะไม่มีอารองอย่างนั้นเหรอ ?” กระบี่ยักษ์ถูกชักออกมาจากฝัก และกำลังจะฟันไปทางจวินโม่ซี
มู่เฉียนซีรีบเข้าไปขวาง “อารอง ที่นี่คือที่ของข้า หากอารองทำมันพัง ข้าก็ต้องซ่อมแซมขึ้นใหม่”
ชายผู้เลือดเย็นราวกับเทพแห่งสงครามในเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังในทันที จวินโม่ซีแสยะปากเล็กน้อย ไม่ว่าเจ้านี่จะโหดร้ายแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวน้อยแล