รียบขึ้นมาต้องเป็นนาง นางเท่านั้น
“มู่เฉียนซีเจ้าอย่าคิดหลบเชียว เจ้าเก่งกาจนักมิใช่รึ ? จะมาหลบข้าทำไม ?”
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้ากลัวใช่ไหมล่ะ ? เจ้ากลัวว่าข้าจะฉีกหน้าเจ้าออกเป็นเศษเล็กเศษน้อยนับร้อยพันใช่ไหมล่ะ ?!”
“ทำไมบุรุษที่เก่งกาจดังเช่นอาจารย์หวงจิ่วเยี่ยถึงได้ดีแต่กับเจ้าเพียงผู้เดียว ทำไมเขาถึงรักเจ้าเพียงผู้เดียว หากว่าข้าฉีกใบหน้าของเจ้าให้ยับเยิน ดูซิว่าเขาจะยังต้องการเจ้าอีกหรือไม่”
ความริษยาเต็มทรวงนี้ทำให้นารีเป็นบ้าจนน่ากลัวขึ้นมาอย่างมาก ผู้ที่อยู่รอบบริเวณนั้นรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก …สหายสตรีที่พวกเขาชื่นชมกลายเป็นปีศาจอะไรไปแล้วก็ไม่รู้
แววตาและใบหน้าของแม่นางซู่เสมือนไม่ใช่แบบเดิมที่พวกเขาเคยรู้จักแล้ว ศิษย์หลายคนตะโกนขึ้น “สหายมู่ รีบลงมาจากแท่นประลองเร็วเข้า!”
“ไม่ต้องสู้แล้ว หญิงผู้นั้นเป็นบ้าไปแล้ว เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง”
“ใช่! หากเจ้าถูกกรงเล็บแทงเข้า เช่นนั้นจะเป็นอันตรายมาก”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าซู่ซินเซี่ยที่กำลังบ้าคลั่งอยู่ตอนนี้อันตรายมากจริง ๆ แต่นี่มิใช่เวลามายอมแพ้อย่างแน่นอน มู่เฉียนซีรวบรวมสมาธิจนถึงขั้นสุดเพื่อเรียกพลังมาใช้เคล็ดวิชาย่างก้าวเงาเทวาแล้วรีบหลบการโจมตีกระหายเลือดของซู่ซินเซี่ย
ร่างสีม่วงรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ฉับพลันเสียงตะโกนก็ดังขึ้น “มังกรวารีพิฆาต!”
“ทักษะตี้ซวน!”
“ทักษะเทียนซวน!”
นางหลบการโจมตีที่น่ากลัวของนางมารซู่ไปได้ แต่การโจมตีที่ซู่ซ