รความจริงใจอะไรล่ะ ?”
จิ่วเยี่ยขยับร่างเข้ามาใกล้มู่เฉียนซี สองร่างใกล้กันเสียจนไอร้อนจากปากของเขาแผ่มาถึงใบหูของนาง “ซีคิดว่าข้าต้องการอะไรล่ะ ?”
ใบหน้างดงามนั้นแทบจะแนบสนิทกับใบหน้าของมู่เฉียนซีอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีเอียงศีรษะออกไปด้านข้างเพื่อหลีกเขาเล็กน้อย ในตอนที่ใบหน้างามนั้นกำลังจะลงมาประทับตรา นางก็กล่าวขึ้นว่า “ระ… รบกวนท่านอีกครั้งด้วย อาจารย์จิ่วเยี่ย”
เมื่อใบหน้าสัมผัสแนบชิดกันเบา ๆ และเขาทำท่าเหมือนจะดึงมันกลับไปนั้น ปรากฏว่าใบหน้าของจิ่วเยี่ยเลื่อนลงต่ำแทนที่จะผละออกไป ริมฝีปากของนางถูกเขาครอบครองเอาไว้อีกแล้ว…
“อื้อ!” ดูเหมือนว่าเขาจะได้สิ่งที่แสดงความจริงใจมากพอแล้ว ถึงได้ยอมปล่อยนาง
หลังจากที่จุมพิตครั้งนี้สิ้นสุดลง แก้มนวล ๆ ของมู่เฉียนซีพลันเปลี่ยนกลายเป็นสีแดง นางสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ เพื่อรวมสติกลับมาอีกครั้ง
จิ่วเยี่ยมองท่าทางน่าเอ็นดูนั้น เขากอดนางเอาไว้พลางกล่าวขึ้น “ซี เจ้ารอข่าวจากข้าได้เลย”
ครู่ต่อมา จิ่วเยี่ยก็กลับมาบอกข่าวแก่นาง “เขาจัดการเรื่องเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซีวางใจได้”
เรื่องทั้งหมดล้วนรวบรัดง่ายดายประหนึ่งเสกมา
มู่เฉียนซีถามขึ้น “จิ่วเยี่ย เจ้าไปข่มขู่อาจารย์ใหญ่มาใช่หรือไม่ ? ทำไมมาเร็วนัก ?” “คำสั่งของข้า หากเขาที่เป็นเพียงมหาจักรพรรดิแห่งภูตตัวเล็ก ๆ กล้าที่จะไม่ฟังละก็ สำนักศึกษาที่เป็นสำนักนิกายระดับสองแห่งนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่บนผืนพสุ