ึงได้มั่นใจเสียเหลือเกินว่าข้าตายไปแล้ว”
ชิงฮุ้ย “ก็ข้าเดาไงเล่า ถ้าหากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ทั้ง ๆ ที่ผ่านไปตั้งนานขนาดนี้ ไหนจะยังไม่มีใครตามหาเจ้าพบอีก เป็นใครก็ต้องเดาว่าเจ้าม่องเท่งไปแล้ว แต่ข้า… ข้านั้นไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลยนะ!”
ทว่าทันใดนั้นเอง มู่เฉียนซีเอ่ยออกมา “งั้นรึ ? แต่ข้าได้ยินประโยคที่น่าสนใจจากปากของเนตรอำมหิตมา” “เนตรอำมหิตรึ ?” นักเรียนหลายคนที่เฝ้าดูอยู่เลิกคิ้ว
“ทำไมชื่อนี้ถึงได้คุ้นหูข้านัก”
ใครคนหนึ่งกล่าว “ข้านึกออกแล้ว นั่นมิใช่ชื่ออันเลวร้ายของเจ้าบ้าที่มีชื่อเสียงแห่งทวีปเสียโจวของพวกเราหรอกหรือ ?”
“ข้าได้ยินมาว่าเขาชอบทรมานคน เอาหญิงสาวใบหน้างามไปทรมานจนตายทั้งเป็น หรือว่าเขาก็ได้ไปในป่าทมิฬ”
ทุกคนต่างพึมพำกับตนเอง เพราะชื่อของเนตรอำมหิตนั้นมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก แม้แต่อาจารย์ใหญ่ก็ยังขมวดคิ้ว เขาอยากรู้มาตลอดว่าชายผู้นั้นเป็นใคร หากเป็นเนตรอำมหิตจริง เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ได้ถูกอธิบายทุกอย่างอย่างกระจ่างแล้ว
“ถึงต่อให้เจ้าไปรู้อะไรมาก็ไม่มีใครเขาเชื่อเจ้า ข้านั้นเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งหอชิงลั่ว” ชิงฮุ้ยกล่าวอย่างมาดมั่น
“ถ้าหากไปถามเหล่าอาจารย์จากหอชิงลั่วที่ได้มาร่วมคุมการสอบในครั้งนี้สักหน่อย คาดว่าคงจะรู้อะไรอยู่บ้าง” เสียงต่ำเสียงหนึ่งลอยมา โม่ซางคงก้าวเดินมาตรงหน้าของชิงฮุ้ย เขามองมู่เฉียนซีพลางคิดในใจ ‘นึกไม่ถึงเลยว่าในตอนนั้นที่ข้ากับนางแยกกันจะเกิด