!’
ถึงต่อให้เขาได้ถามออกไป คาดว่ามู่เฉียนซีก็คงจะตอบอย่างนิ่งเฉยว่า ‘เดิมทีข้าก็ไม่ต้องการเงินของเจ้าอยู่แล้ว’ — ปึก ปัก ปึก ปัก! —
เมื่อเอาชนะพวกที่ขวางทางอยู่ตรงหน้าได้ พวกมู่เฉียนซีตั้งใจจะดิ่งลึกเข้าไปในการฝึกฝนต่อไป แต่ที่รอบด้านนั้นพลันปรากฏเสียงเท้าดังแว่วมา
มู่เชียนซีหยุดฝีเท้าลง ส่วนฉินปาถามขึ้นด้วยเสียงเบาราวกระซิบ “อ๊ะ! พี่ใหญ่มู่ มีอะไรหรือ ?”
“มีคนมารึ ?” มู่เฉียนซีถาม
“อืม มีคนมา ทว่าเป็นนักเรียนของสำนักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้นเอง พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเรา” ฉินปากล่าวขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มสิบส่วน
ทว่าโม่ซางคงกลับเห็นต่าง “ถึงแม้ว่าป่าทมิฬเป็นสถานที่ที่เอาไว้จำลองการสอบของสถานศึกษาหนานเฟิงในครั้งนี้ แต่สถานที่อันตรายกว้างใหญ่เช่นนี้ มันไม่ได้เป็นป่าของพวกเราสำนักศึกษาหนานเฟิง ที่ป่าทมิฬแห่งนี้อาจจะมีผู้อื่นก็เป็นได้”
มู่เฉียนซี “อา… เท่าที่ข้ารู้สึกได้ ผู้มาเยือนนั้นมีกลิ่นอายสงบนิ่ง ฝีเท้าก็เบาบาง อย่างน้อยพวกนั้นคงเป็นระดับจักรพรรดิทั้งหมด ฉะนั้นแล้วพวกเขามิใช่คนของสำนักศึกษาเรา”
“โอ้! นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอหน้ากันไวเช่นนี้” “เพื่อที่จะฝึกนักเรียนเหล่านี้ ตาเฒ่าหนานเฟิงนั่นก็ได้ใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมกับพวกเราสินะ”
“ในป่าทมิฬแห่งนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดมิใช่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์แต่เป็นนักล่าเงินรางวัลอิสระ เจ้าเฒ่าหนานเฟิงถึงกับบอกพวกนั้นว่าให้แย่งกันจับตัวนักเรียนของพว