ไม่อาจรักษาคุณหูใหญ่ให้หายได้ มิใช่เหรอ ?”
“นี่เจ้า……” หัวหน้าหอชิงลั่วโดนโม่จิ่นต่อว่าเช่นนี้ก็โกรธเกรี้ยวขึ้น แต่ฝั่งตรงข้ามนั้นมิใช่ผู้น้อยที่ธรรมดาทั่วไป อีกอย่าง ก็เป็นถึงยอมฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าว “เอาตัวเข้ามาได้แล้ว!”
“เอาไปวางบนเตียง!”
เมื่อเหลือบเห็นสีหน้าของคุณหนูใหญ่ชิง มู่เฉียนซีก็รู้อยู่ในใจแล้ว
นิ้วมืออันเรียวยาวและบอบบางจับที่ชีพจรของนาง มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นักปรุงยาหอชิงลั่วของพวกเจ้าช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก คุณหนูใหญ่ชิงโดนพิษนานเพียงนี้กลับไม่มีนักปรุงยาท่านใดตรวจพบ”
“โดนพิษ เป็นไปไม่ได้!”
มู่เฉียนซีไม่อยากจะพูดจาไร้สาระกับพวกมือใหม่เหล่านี้ “เป็นไปได้หรือไม่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าตัดสิน”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปปรุงยาในห้องปรุงยาของตัวเอง ตามที่คุณหนูใหญ่ชิงได้โดนพิษทั้งหมด นางจึงปรุงยาแก้พิษที่ดีที่สุดออกมา
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป มู่เฉียนซีก็เดินออกมาจากห้องปรุงยา และเตรียมที่จะฉีดยาแก้พิษให้กับคุณหนูใหญ่ชิง แต่หัวหน้าหอชิงลั่วกลับตกตะลึงและกล่าวขึ้นว่า “เจ้า นี่เจ้าจะทำอะไรหนิงเอ๋อร์ ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ยาแก้พิษก็ปรุงเสร็จแล้ว ข้าก็จะแก้พิษให้นางหน่ะสิ!”
“นี่เจ้ากำลังล้อเล่นอันใด นักปรุงยาของหอชิงลั่วพวกข้าดูแลอาการป่วยของหนิงเอ๋อร์มานานหลายปีก็รักษาไม่หาย จู่ ๆ เจ้าก็ปรุงยาออกมามั่วซั่วแล้วบอกว่าเป็นยาแก้พิษ นี่คงไม่ใช่ยาพิษหรอกมั้ง!”
มู่เฉีย