้ง เจ้ามันน่าสมเพชเวทนานัก!”
มู่เฉียนซีกลอกตามองบน “อะไรกันท่านป้า นี่ท่านไม่ได้แปรงฟันมารึ ? ช่วยแปรงฟันให้เสร็จก่อนไปพบใครเขาด้วยล่ะ อายุก็มาก ร่างกายก็เสื่อมโทรมแล้วยังปากเหม็นอีก ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือไร เหม็นจนดอกไม้ต้นไม้ตายหมดแล้ว”
ไฟโกรธปะทุในดวงตาของฉืออีอี นางโกรธเกรี้ยวฉุนเฉียวทันที “วะ… ว่ายังไงนะ ?! ป้ารึ ? กล้าดียังไงมาเรียกข้าว่าป้า? ”
มู่เฉียนซีถาม “เอ้า! ถ้าเจ้าไม่ใช่ป้า งั้นก็เป็นอาล่ะสิ ท่านอยากให้เรียกว่าไงล่ะ ?”
ฉืออีอีโกรธมาก “สาวใช้ พวกเจ้าเข้ามาเดี๋ยวนี้! สั่งสอนเจ้าเด็กไม่รู้จักกาลเทศะนี่สักหน่อยซิ”
มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย “สั่งสอนข้า เหอะ! ท่านไม่กลัวว่าโม่จิ่นกลับมาแล้วจะโกรธเอาหรือไง ?”
ฉืออีอีไม่นึกเกรง นางตอบโต้ “หลายวันมานี้เขากลับมาที่ตําหนักโม่อวี่แค่ไม่กี่ครั้ง เขาไม่ใส่ใจเจ้าแม้แต่น้อย ถ้าหากข้าสั่งสอนเจ้าแล้วเขาจะกล้าว่าอะไรได้ ?”
“จับนางไว้!”
มู่เฉียนซีไม่สนใจสาวใช้กระจอก ๆ เหล่านั้นที่อยู่ข้าง ๆ ฉืออีอีเลยสักนิด
ในขณะนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำที่ทุกคนคุ้นเคยพลันดังขึ้นมา “หยุดนะ!”
“นายน้อย!” สาวใช้ที่เตรียมจะลงมือเหล่านั้น หน้าถอดสีทันที
“ที่แท้ก็เป็นคงเอ๋อร์นี่เอง” ฉืออีอีพยายามยิ้มตีเนียน
โม่ซางคงขมวดคิ้ว “แม่นางฉือ เจ้าก็ต้องเรียกข้าว่านายน้อยด้วย ข้าไม่ชอบให้คนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันมาถือวิสาสะเรียกข้าเช่นนี้”
ฉืออีอีกําหมัดแน่น