ก้าวเท้าเข้าไปในจวนที่แม่นางมู่พักอยู่เป็นอันขาด”“เจ้า…” โม่ซางคงปกป้องมู่เฉียนซี ทำให้แม่นางฉือโกรธจนใบหน้าหม่นคล้ำ“ช่างเป็นนังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เสียจริง ๆ ที่แท้เจ้าไม่เพียงแต่ยั่วยวนโม่จิ่นคนเดียว แต่ยังมายั่วยวนนายน้อยอีกด้วย มิน่าเล่าเจ้าถึงได้กล้าอวดดีในตําหนักโม่อวี่ขนาดนี้ มีคนหนุนหลังเจ้าอยู่นี่เอง!” แม่นางฉือกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวโม่ซางคงไม่พอใจ “แม่นางฉือยังไม่หยุดอีก จะออกไปดี ๆ หรือจะให้ข้าพาออกไป ?”“ไม่ต้อง ข้าไปเองได้!” แม่นางฉือกล่าวพลางสะบัดหน้าเชิดใส่และหันหลังจากไปหลังจากแม่นางฉือไปแล้ว โม่ซางคงก็หันไปมองมู่เฉียนซี “ข้าขอบใจแม่นางมู่มาก ที่ช่วยอาจิ่นล้างความไม่เป็นธรรม”มู่เฉียนซีกล่าวอย่างไม่ถือสา “ไม่เป็นไร คนของข้าย่อมไม่ควรถูกใครมารังแกเอาได้ เจ้าว่าจริงไหมเล่า ?”โม่ซางคงขมวดคิ้วถามขึ้น “คนของเจ้า ? ข้าอภัย ข้าไม่รู้ว่าแม่นางมู่หมายถึงอะไรกัน ?”.
“แขกต่างแดน… ใครจะเชื่อ ? สาวน้อยผู้นี้มีความแข็งแกร่งสักเท่าใดกันเชียว ถ้าไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับโม่จิ่นแล้วละก็ นางจะมีคุณสมบัติเป็นแขกต่างแดนของตําหนักโม่อวี่ได้อย่างไร ?” แม่นางฉือกล่าวเย้ยหยัน
โม่ซางคงแค่นเสียงดุดัน “แม่นางมู่ถือว่าเป็นคนของอาจิ่น แม่นางฉือไม่มีคุณสมบัติเช่นนั้นก็แล้วกัน นับแต่นี้ไปแม่นางฉือก็อย่าได้ก้าวเท้าเข้าไปในจวนที่แม่นางมู่พักอยู่เป็นอันขาด”
“เจ้า…” โม่ซางคงปกป้องมู่เฉียนซี