เกรงว่าแม่สาวน้อยคนนั้นจะต้องติดอยู่ในนั้นไปตลอดชีวิต” ชิงซ่าน ผู้อาวุโสที่สองแห่งหอชิงลั่วกล่าวออกมาอย่างมีเจตนาร้าย
เทียนฉีส่ายหน้า “เฮ้อ… น่าเสียดายนางสาวน้อยผู้งดงามนัก”
ชิงซ่านพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา “นี่คือผลของการไม่รู้จักประมาณตน”
โม่จิ่นกล่าวอย่างไม่ใส่ใจในการคาดเดาของคนอื่น “ไม่มีทาง ข้ามั่นใจว่านางจะไม่เป็นไร”
ผู้อาวุโสสูงสุดส่ายหน้าเล็กน้อย เขากล่าวขึ้น “นายน้อย เสี่ยวจิ่น ในเมื่อออกมาจากจวนชางไห่ได้แล้ว เช่นนั้นพวกเรารีบกลับไปที่ตําหนักโม่อวี่กันเถอะ! ไม่จําเป็นต้องรอคนที่ไม่รู้ว่าจะออกมาได้เมื่อไหร่หรอก”
โม่จิ่น “ไม่ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าจะรอนางที่นี่”
โม่ซางคง “อาจิ่น ข้าจะรอเป็นเพื่อนเจ้าเอง”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร “นายน้อยอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายกับเสี่ยวจิ่นอีกเลย เจ้าเป็นนายน้อยของตําหนักโม่อวี่ ทุกอย่างต้องให้ความสําคัญกับตําหนักโม่อวี่ ไม่ควรที่จะมาเสียเวลาอยู่ที่นี่”
โม่จิ่นกล่าว “อาคง เจ้ากลับไปเถอะ!”
โม่ซางคงกล่าวขึ้นว่า “ได้ แต่ข้าก็ไม่เชื่อว่านางจะถูกขังอยู่ในนั้นตลอดชีวิต”
สามกองกําลังใหญ่ ตําหนักโม่อวี่ หอชิงลั่ว และคนของสำนักเทียนกังจากไปอย่างรวดเร็ว
แต่โม่จิ่นยังคงเฝ้าอยู่บนผิวน้ำ เขาพึมพําเสียงเบา “ข้าสัญญาว่าจะช่วยเจ้าทํางานสามปี หากเจ้าไม่ปรากฏตัว เจ้าจะให้ข้าไปทําเพื่อใคร”
ในที่สุดก็หาจนทั่วทั้งห้องตำราใหญ่ ทั้งสี่ตัวในห้องตำร