งหม้อยาก็เละเป็นโคลน
มู่เฉียนซีพบว่าจิ่วเยี่ยมีจิตสังหารต่อนางมากกว่าใคร!
นิรันดร์ยิ้มพลางกล่าวว่า “ที่รัก ทักษะของเจ้ายังอ่อนด้อย! โดนยั่วเย้าเล็กน้อยแค่นี้ก็หลอมยาล้มเหลวเสียแล้ว นึกถึงข้าในเมื่อก่อน ข้าสามารถทำเรื่องอย่างว่าและหลอมยาไปพร้อมกันได้ด้วยนะ”
สีหน้าของมู่เฉียนซีดำคล้ำด้วยความโกรธ ภาพนั้นเขาทนมองไม่ได้จริง ๆ นึกไม่ถึงว่านิรันดร์จะกล่าวอย่างภาคภูมิใจเช่นนี้
นิรันดร์กล่าวว่า “อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร รอให้ข้าจุติร่างกลายเป็นมนุษย์ได้เมื่อไหร่ ข้าจะฝึกฝนให้เจ้าเอง”
“ไสหัวไปให้พ้น!” มู่เฉียนซีโกรธเกรี้ยวผู้ทำพันธสัญญานี้มาก
มู่เฉียนซีจัดการกับสถานการณ์ที่พังพินาศนี้และกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “จิ่วเยี่ย ตอนนี้ข้าต้องการปรุงยา รอให้นทีแห่งวิญญาณปรุงสำเร็จเมื่อไหร่เจ้าก็จะไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เจ้าปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่” ตอนนี้จิ่วเยี่ยคว้ามู่เฉียนซีมากอด มันช่างยุ่งเหยิงยิ่งนัก!
ตอนนี้พลังจิตอันทรงพลังและความสามารถในการต่อต้านการรบกวน ล้วนแต่ติดลบภายใต้การรุกรานของจิ่วเยี่ย หากปรุงยาภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ล้วนแต่เป็นการสิ้นเปลืองสมุนไพรวิญญาณเปล่า!
อีกอย่างน้ำอมฤตก็เหลือไม่มากแล้ว นางมิอาจใช้ฟุ่มเฟือยได้ เมื่อครู่ประเมินค่ากำลังสู้รบของจิ่วเยี่ยต่ำเกินไป จึงทำให้สูญเสียยาไปชุดหนึ่ง
“จิ่วเยี่ย……”
ตอนนี้จิ่วเยี่ยไม่ปล่อยมือแล้ว ดูเหมือนว่ายังมีสติเหลืออยู่เพียงน้อยนิด เหง