นดั่งดอกซากุระนั้น
จิ่วเยี่ยกระซิบขึ้นเบา ๆ “ซียังมีข้าอยู่…”
เมื่อจุมพิตนั้นถูกถอนออกไป มู่เฉียนซีก็ลืมตาดำขลับคู่งามทั้งสองข้างขึ้น ดวงตาคู่นั้นที่เมื่อครู่เต็มไปด้วยหยาดน้ำและเมฆหมอกก็ได้กลายเป็นดวงตาที่แจ่มใสขึ้นมา ราวกับถูกน้ำฝนชะล้างไปก็มิปาน นั่นยิ่งทำให้มันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และก็ทำให้ผู้ที่พบเห็นเข้าเมามายไปกับมันมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน
มู่เฉียนซีเปิดปากกล่าวขึ้นเบา ๆ ว่า “เจ้า…” “อืม ซีเป็นของข้า”
จิ่วเยี่ยดึงเอามู่เฉียนซีเข้ามาในอ้อมกอดอุ่น จากนั้นพลังในร่างกายก็ไม่สามารถที่จะควบคุมมันเอาไว้ได้อีก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เขาอุ้มมู่เฉียนซีไปที่ด้านหลังจวนของตน ที่ด้านหลังจวนนั้นมีบ่อน้ำพุร้อนอยู่แห่งหนึ่ง
— ตู้ม! —
ทั้งสองลงไปในน้ำด้วยกันเช่นนี้
— ตูม! —
พลังสีดำนั้นถูกระเบิดออกมา มันไม่ได้ทำอันตรายใดแก่มู่เฉียนซี ทว่าเสื้อผ้าของจิ่วเยี่ยกลับโดนแรงสั่นสะท้านของมันทำให้ฉีกขาดออกกระเด็นปลิวว่อน
ในตอนนี้ไม่มีผ้าชิ้นใดปกปิดร่างกายของเขาอยู่แม้เพียงชิ้นเดียว รอยสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนแผ่กระจายไปทั่วร่างของเขาตั้งแต่แขน ขา คอ ไปจนถึงใบหน้าอันหล่อเหลานั้น… มือของมู่เฉียนซีพาดไปอยู่ที่รอยสีดำขลับบนใบหน้าของจิ่วเยี่ย ความร้อนเร่าเช่นนั้นสามารถทำให้ร้อนมือได้อย่างที่สุด
คำสาปของจิ่วเยี่ยระเบิดออกมาอีกครั้งแล้ว
“นิรันดร์!” มู่เฉียนซีเรียกสติกลับมาได้ทันเวลา นางรีบร้องตะโกนขึ้นทั