ญาณก็กล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น “ยอดเยี่ยมเหลือเกิน ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ข้าถูกบูรณะซ่อมแซมทั้งหมดแล้ว
“จากนี้ไปข้าไปกับเจ้าเป็นเช่นไร ว่าอย่างไรล่ะ ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าเองก็รู้ว่าข้ามีหม้อเทพนิรันดร์ อีกทั้งยังมีศาลานิรันดร์ เจ้าที่เป็นเครื่องกลไกวิญญาณแบบสนับสนุนจะมีประโยชน์อันใด ? ถึงแม้ว่ามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์จะฟังดูคล้ายจะร้ายกาจนัก แต่ว่าข้านั้นไม่ต้องการสิ่งไร้ค่า”
บัดนี้อาถิงที่ชอบโต้แย้งกับมู่เฉียนซีมาโดยตลอด รีบพยักหน้าเห็นด้วยกับนางเป็นอย่างมาก “ใช่แล้ว! มู่เฉียนซีนางมีข้ากับหม้อเทพก็พอแล้ว จะเอาเจ้าไปทำไมกัน ?” “ข้า… ขอเพียงแค่มอบหินแห่งมิติให้แก่ข้า ข้าสามารถเดินทางไปแห่งใดก็ได้บนโลกใบนี้ หรือแม้กระทั่งพื้นที่ที่สูงกว่าก็ยังสามารถไปได้”
อาถิงกล่าวขึ้น “หินแห่งมิติรึ ? เจ้าคิดว่าหินแห่งมิติในตอนนี้เป็นเหมือนดั่งผักกาดขาวที่หาได้โดยง่ายหรืออย่างไร ? ยังไม่รู้เลยว่าแม้แต่พื้นผิวนี้จะมีหินแห่งมิติอยู่หรือไม่”
“ข้า… เอ่อ…”
มู่เฉียนซีชี้ไปที่จิ่วเยี่ยก่อนจะกล่าวขึ้น “สำหรับสมบัติล้ำค่าเหล่านั้น จิ่วเยี่ยจะต้องมีมากกว่าข้าอย่างแน่นอน อีกทั้งเขายังเก่งกาจเป็นอย่างมาก เจ้าไปอยู่กับเขาจะมีอนาคตที่น่าสนใจมากกว่า”
หอฉงโหลวบนเมฆากล่าวออกมาด้วยเสียงอันสั่นระรัว “โอ้! ชายผู้นั้นน่ากลัวยิ่งนัก ข้ากลัว!” อาถิง “เช่นนั้นเจ้าก็อยู่เช่นนี้ไปก็แล้วกัน!”
หอฉงโหลวบนเมฆารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่าง