โกนไปรอบ ๆ “เจ้า… เจ้าอยู่ที่ไหน ? …บัดซบ! รีบช่วยนางเร็วเข้า นางคือคนที่ข้าต้องปกป้องตลอดไป จะตายไม่ได้เด็ดขาด หากนางตาย ศาลาเรือนรางเก้าชั้นอย่างข้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่บนโลกนี้แล้ว”
ไม่มีการตอบสนองต่อเสียงเรียก แต่ทันใดนั้นเงาร่างสีดําก็พุ่งผ่านอากาศ ดึงมู่เฉียนซีด้วยมือข้างหนึ่งและพานางเข้าไปในอ้อมกอด
ช่วงเวลาเมื่อครู่อันตรายอย่างมาก ในเวลานี้มู่เฉียนซีสลบไม่ได้สติ
ทันทีที่ตกลงมา นางก็รู้สึกได้ว่าตนเองจะต้องถูกพายุมิติฆ่าจนกลายเป็นเนื้อบด
“มีข้าอยู่ ซีจะไม่มีทางเป็นอะไร” จิ่วเยี่ยพึมพำขณะที่ยังคงกอดมู่เฉียนซีไว้แน่น
“จิ่วเยี่ย!” มู่เฉียนซีได้สติกลับคืนมา ในตอนนี้เอง อีกการโจมตีหนึ่งก็ใกล้เข้ามา
“ปล่อยนางซะ!” อาถิงวิ่งเข้ามาอย่างดุดัน
จิ่วเยี่ยมองอาถิงและกล่าวว่า “ซีอยู่กับข้า นางจะปลอดภัยมากขึ้น ศาลาเรือนรางเก้าชั้น ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในขอบเขตของเจ้า เจ้าไม่สามารถปกป้องซีได้”
ดวงตาทั้งสองของอาถิงแทบลุกเป็นไฟ “หากข้าไม่สามารถปกป้องนางได้ เช่นนั้นเพชฌฆาตอย่างเจ้าปกป้องนางได้รึ ?” “เจ้าสามารถสัมผัสได้ นางผู้นั้นที่ตามหาอยู่ในมิติที่แตกสลายแห่งนี้ หานางเจอเมื่อไรเจ้าก็จะรู้เอง” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
“ก็ใช่ ต้องหานางให้เจอ ข้าก็จะสามารถพาหญิงโง่ผู้นี้ออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย” อาถิงกำหมัดไว้แน่น
จิตใจที่ร้อนรนของอาถิงเริ่มสงบลง
เมื่อครู่ตอนที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤต เขากลับกล่า