วเสมือนขอความช่วยเหลือเช่นนั้นออกมา …โชคดีที่นางไม่ได้ยิน มิเช่นนั้นนางคงจะรู้สึกพอใจอย่างมากเป็นแน่แท้
จิตใจของอาถิงสงบลง เขาสามารถจับความเคลื่อนไหวที่รอบด้านได้ เมื่อร่างกายเขาเริ่มขยับ เขาก็กล่าวขึ้นว่า “ตามข้ามา ไปปกป้องนางกัน!”
พวกเขาหันหลังกลับ ก็เห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามิใช่โลกที่แตกสลาย แต่กลับเป็นเกาะร้างที่งดงามแห่งหนึ่ง
จิ่วเยี่ยกล่าว “ในมิติที่แตกสลาย มีมิติทับซ้อนกันอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน เจ้าสามารถมองเห็นสถานที่แห่งนี้ได้มิใช่เรื่องแปลก”
มู่เฉียนซีถามขึ้น “ผู้ที่เจ้าต้องการตามหาอยู่ที่นี่หรือไม่ ?”
“ถ้าหากว่าศาลาเรือนรางเก้าชั้นไม่ได้ทำผิดพลาดละก็ ใช่…”
พวกเขามาถึงเกาะแห่งนั้น อาถิงเดินตามกลิ่นลมปราณเข้าไปในป่าไผ่สีม่วง ทันใดนั้น เงาร่างสีฟ้าพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
ชุดสีฟ้าผ้าพลิ้วราวกับสายธาราใส ผมยาวสีฟ้าห้อยลงมาถึงข้อเท้า ใบหน้าที่งดงามถึงขีดสุด และดวงตาอ่อนโยนคู่นั้นราวกับสามารถหล่อเลี้ยงจิตใจของผู้คนได้ นางมองไปที่อาถิงและกล่าวเรียกเบา ๆ “อาถิง”
อาถิงพุ่งเข้าไปทันที “เจ้า… เหตุใดเจ้าถึงได้อ่อนแอเช่นนี้ ?”
นางยิ้มอย่างอ่อนโยน “คำพูดของอาถิง ข้าได้ยินแล้ว ในที่สุดอาถิงก็โตขึ้น และในที่สุดก็เต็มใจที่จะปกป้องคนคนหนึ่งแล้ว”
ใบหน้าของอาถิงแดงก่ำ เรื่องที่เพิ่งจะลืมไปกลับถูกเอ่ยถึงขึ้นมาอีกครั้ง
มู่เฉียนซีกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับว่าเมื่อตอนที่ตกอยู่ในความว่างเปล่า นางได้