เตือนว่านางนั้นติดค้างหนี้อย่างไรเช่นนั้นหรือ ?
“นั่นเป็นเพราะข้าทะนุถนอมเจ้าเข้าใจหรือไม่ ส่วนเจ้า… เจ้านั้นเป็นเดรัจฉานตัวหนึ่ง หึ!” มู่เฉียนซีถลึงตาพลางก่นด่าจิ่วเยี่ย ยิ่งนางคุ้นเคยกับชายผู้ที่ทำให้คนทั้งใต้หล้าหวาดกลัวและยังสามารถทำให้จิตวิญญาณและร่างกายของคนสลายหายไปได้มากขึ้น นั่นก็ยิ่งทำให้นางไม่รู้สึกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เวลาเดียวที่เขาจะทำให้นางกลัวได้ก็คือช่วงเวลาที่เขามาเก็บหนี้ที่ติดค้างเท่านั้น
มู่เฉียนซี “หนี้นั้นข้าได้ชำระหมดสิ้นแล้ว ข้าเป็นหมอรักษาโรคให้เจ้าและเจ้าเป็นคนป่วยที่อยู่ในการดูแลของข้า หากไม่มีการอนุญาตจากข้า ทางที่ดีเจ้าอยู่ให้นิ่งเสียหน่อยดีกว่า มิเช่นนั้นข้ามีวิธีการเป็นหมื่นที่จะทำให้เจ้า…”
“หึ!”
มู่เฉียนซีมองเขา การบ่งบอกถึงการกล่าวเตือนของนางนั้นชัดเจนมาก
“อาการกำเริบ! ใช่หรือไม่…” จิ่วเยี่ยถาม เวลานี้เขาเหมือนคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ริมฝีปากที่เบาบางนั้นเข้ามาใกล้มู่เฉียนซี และบนแก้มของนางก็มีไอร้อนแผ่ออกมา
“เจ้าแกล้งป่วยให้มันน้อยหน่อย มิใช่ว่าจะป่วยปีละครั้งหรอกหรือ ? และข้าก็หาหม้อเทพนิรันดร์พบแล้วด้วย บางที…”
‘โอ้! สวรรค์’
นางเอาแต่คิดว่าจะถอนพิษร้ายให้ท่านอาอย่างไร แต่กลับลืมถามเจ้าหม้อเทพนิรันดร์ไปเลยว่าจะแก้คำสาปของจิ่วเยี่ยเช่นไรได้บ้าง ?
“หม้อนิรันดร์! เจ้าหม้อเทพนิรันดร์!”
มู่เฉียนซีเรียกหม้อเทพนิรันดร์ด้วยความสัมพันธ์ของผู้ทำพันธสั