ิงของนางในเวลานี้นั้น จักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าก็ทําอะไรนางไม่ได้
“ข้าเป็นรองเจ้าสํานักอวิ๋นเยียน!”
ในทวีปเซี่ยโจว สํานักอวิ๋นเยียนคือราชา กล่าวได้ว่ามีอํานาจไม่เป็นสองรองใคร
ในตอนนี้เอง เสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น “เป็นเพียงสํานักนิกายระดับหนึ่งเล็ก ๆ กลับกล้าแตะต้องผู้หญิงของข้า”
อากาศทั่วทั้งลานจัดงานราวกับถูกแช่แข็งไป… เงาร่างสีดํายาวเดินออกมาจากความว่างเปล่า ใบหน้างดงามไร้ที่ตินั้นทําให้ผู้คนรู้สึกหลงใหล
ผมสีหมึกแผ่สยายกระจายออกไป ดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกคู่นั้นลึกล้ำราวกับหุบเหวลึก สงบนิ่งจนไม่สามารถเกิดระลอกคลื่นได้ ราวกับสามารถกลืนกินวิญญาณมนุษย์ได้
จมูกของเขาสูงโด่ง ริมฝีปากบางแดงเรื่อ สองส่วนเป็นความเยือกเย็นและอีกสองส่วนเป็นความน่าหลงใหล แต่มีหกส่วนของความชั่วร้ายที่พุ่งเข้ามาลึกถึงในกระดูกของผู้พบเห็น เขาเป็นเหมือนราชาซิวหลัวที่เย็นชา เหมือนกับปีศาจชั่วร้ายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ความงามขององค์รัชทายาทเซี่ยงดงามมีเสน่ห์ แต่ความงามของบุรุษชุดดำผู้นี้ ช่างเป็นความงามดั่งสวรรค์สร้าง ทําให้ทุกชีวิตต้องก้มหัวคารวะ
จิ่วเยี่ยยื่นมือออกไปกอดมู่เฉียนซีไว้ในอ้อมแขน ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้เข้าใกล้นางเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว เขากอดนางแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเพราะคะนึงหา
เชียนอ้าวเซี่ยอยากจะแยกเขี้ยวตะปบเล็บไล่บุรุษตรงหน้านี้ออกไปเสีย แต่หลังจากที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวราวกับป