านเคยชินแล้วก็ดี”
“…”
เชียนอ้าวเซี่ยก้าวไปยังเวทีประลองอย่างเฉื่อยชา เขาเหลือบมองอวิ๋นปู้ป้ายแล้วกล่าวว่า “รองเจ้าสำนักอวิ๋นเยียน เราควรเริ่มการประลองได้แล้วกระมัง”
“ได้ เริ่มการประลองได้” อวิ๋นปู้ป้ายพยักหน้า เมื่ออวิ๋นปู้ป้ายประกาศเริ่มการประลอง องค์ชายเหล่านั้นก็เริ่มโจมตีอย่างโหดเหี้ยม แต่ปรากฎว่า…
ร่างกายทั้งร่างของพวกเขากลับไม่ยอมฟังคำสั่ง เหล่าองค์ชายกระโดดโลดเต้นอยู่บนเวทีประลอง ทั้งร่างของพวกนั้นแทบจะบิดเป็นขนมเกลียวทอดอยู่แล้ว ก่อให้เกิดทิวทัศน์ที่ดูแปลกประหลาดขึ้นมา
“องค์ชายเหล่านี้เป็นอะไรไป ? ถึงแม้ว่าไม่กล้าที่จะลงมือกับองค์รัชทายาท แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทรมานตัวเองเช่นนี้เลยนี่” “สวรรค์! หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าเอวก็คงจะขาดเสียแล้ว”
สายตาร้อนแรงดั่งไฟลุกโชนของพวกเขามองเชียนอ้าวเซี่ยพร้อมกล่าวขึ้น “เชียนอ้าวเซี่ย เจ้ามันต่ำช้า เจ้ากล้าวางยาพิษพวกเรา”
เชียนอ้าวเซี่ย “พวกเจ้าหลายคนที่ถือว่ามีพลังมากกว่าข้ามาท้าประลองข้า ข้าก็ต้องมีตัวช่วย นั่นถือเป็นการประลองที่ยุติธรรมอย่างไรเล่า อ้อ และข้าเองก็ไม่ได้ยินท่านเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนกล่าวว่าห้ามไม่ให้ใช้พิษ เช่นนั้นข้าจึงใช้พิษ พวกเจ้าจะทำเช่นไรได้ ? นี่ยังเป็นแค่ประเภทแรก พวกเรามาต่อกันดีกว่า” เชียนอ้าวเซี่ยสะบัดมือ ทันใดนั้นผงบางอย่างก็ถูกโปรยไปทางคนพวกนั้นทันที
เชียนอ้าวเซี่ยยิ้มอย่างพอใจ “หึ ๆ มู่เฉียนซีเจ้าชอบข้าจ