เวณรอบนอกของป่าหนานอู้” มู่เฉียนซีค่อย ๆ เด็ดสมุนไพรวิญญาณนั้นมาอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นร่างของหญิงสาวชุดขาวผู้หนึ่งก็กระโดดออกมา และกล่าวว่า “แม่นางผู้นี้ นี่คือดอกวิญญาณจื่อชี่ เจ้าโชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอกับสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าเช่นนี้” ใบหน้าของนางเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ ดวงตาจ้องมองไปที่ดอกวิญญาณจื่อชี่นั้น เห็นได้ชัดว่านางชื่นชอบมาก
“แม่นาง เจ้าขายดอกวิญญาณจื่อชี่นี้ให้ข้าได้หรือไม่ เจ้าอยากขายราคาสูงแค่ไหนก็ย่อมได้”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ขอโทษด้วย ข้าต้องการดอกวิญญาณจื่อชี่นี้เหมือนกัน ข้าไม่ขายให้คนอื่น” ในสายตาของมู่เฉียนซี สมุนไพรวิญญาณที่ไม่มีอยู่ในสวนสมุนไพรของนางนั้นไม่อาจประเมินค่าได้
หญิงสาวชุดขาวกล่าวว่า “เจ้ารู้จักดอกวิญญาณจื่อชี่ และเจ้าบอกว่ามันมีประโยชน์กับเจ้า หรือว่าเจ้าก็เป็นนักปรุงยาด้วย”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นนักปรุงยาที่อายุน้อยเช่นนี้ ข้าชื่อมู่หรงรุ่ย แล้วแม่นางชื่ออะไร? ” นางยิ้มพลางกล่าว
หญิงสาวผู้นี้มีแววตาที่สดใส ชอบยิ้มแย้มมาก อีกทั้งยังเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย
“ข้าชื่อมู่เฉียนซี” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความนิ่ง
ในทางตอนตกของเซี่ยโจวนางมีชื่อเสียงมาก แต่ในทางตอนกลางน้อยคนที่จะรู้จักชื่อเสียงของผู้นำตระกูลมู่
“ข้ารีบเดินทาง ขอตัวก่อน” มู่เฉียนซีพรวดออกไปทันที
มู่หรงลุ่ยรีบกล่าวว่า “แม่นาง รอข้าก่อน……”
“รอข้าด้วย……”
นางมีความกระตือรือร้นใ