เหล่านั้นมีพิษอันตรายและร้ายแรงมาก หากโดนพิษของมันเข้าแล้วไม่อาจแก้พิษได้ สถานการณ์การต่อสู้ยิ่งน่าเวทนามากขึ้นเรื่อย ๆ และหนานอินก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
มู่เฉียนซีตอนนี้กำลังหลบอยู่ตรงกลางวงล้อมขององครักษ์ ในมือนางมีตัวอย่างเกสรบุปผานั้นอยู่ ครั้งที่แล้วนางสามารถทำลายเถาวัลย์ปีศาจนั้นให้ตายได้ ครั้งนี้เป็นเกสรบุปผาปีศาจ นางก็ต้องหาวิธีทำลายมันได้แน่
เกสรบุปผาปีศาจนี้วางพิษได้ แล้วนางจะวางยาพิษกลับไม่ได้เหรอ? และในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังจะศึกษาพิษนั้น หนานอินก็กล่าวตะคอกนางว่า “นังบ้า เจ้ามัวแต่หลบหัวให้คนอื่นปกป้องอยู่ทำไมกันล่ะ เจ้าเก่งมากไม่ใช่เหรอ? เจ้าเป็นถึงราชาแห่งภูตไม่ใช่เหรอ? เป็นอัจฉริยะไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงไม่ไปช่วยพี่ใหญ่อวิ๋นจัดการมันล่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าวถามยอกย้อน “แล้วเจ้าล่ะ ทำไมถึงไม่ไปสู้กับมัน? ”
หนานอินกล่าวอย่างชอบธรรมว่า “ก็ข้าเป็นแค่ปรมาจารย์ภูต ไม่ได้มีพลังแข็งแกร่งอะไร ช่วยอะไรไม่ได้หรอก แต่เจ้าไม่เหมือนข้า เจ้าเป็นถึงราชาแห่งภูต! ”
“พลังขั้นจักรพรรดิยังจัดการไม่ได้เลย เจ้าคิดว่าราชาแห่งภูตจะจัดการกับบุปผาปีศาจนั่นได้งั้นเหรอ? ”
“ไม่ได้! ข้าเป็นองค์หญิง ตอนนี้ข้าขอสั่งให้เจ้าออกไปต่อสู้กับบุปผาปีศาจนั่นเดี๋ยวนี้! ” หนานอินกล่าวรับสั่ง หากไม่มีนังผู้หญิงบ้านี่ นางก็จะมีคนปกป้องดูแลมากขึ้น แล้วนางก็จะได้ปลอดภัย อีกอย่างหากนังบ้านี่โดนบุปผาปีศาจก