้านี่เรียกจักรพรรดิเซี่ยมาสู้กับพี่ใหญ่ ตอนนี้อันตรายมาก ข้ากลัวว่า… ข้ากลัวว่าพี่ใหญ่อวิ๋นจะตกอยู่ในอันตราย พวกเรารีบไปเถอะ! ”
อวิ๋นฮวาขมวดคิ้ว กล่าวว่า “หนานอิน อย่างไรเสียข้าก็มีผู้อาวุโสของสํานักอวิ๋นเยียนคอยปกป้อง ยังจะกลัวจักรพรรดิเซี่ยอีกรึ ? หากเจ้ากลัว เจ้าก็กลับไปคนเดียว”
กลับไปคนเดียวเช่นนั้นมันอันตรายมาก
หนานอินรีบกล่าวขึ้น “ไม่! ข้าจะอยู่กับพี่ใหญ่อวิ๋น”
ไม่ว่าอย่างไรอวิ๋นฮวาก็จะช่วยมู่เฉียนซีหาดอกบัวกำเนิดเก้าวิญญาณ ทำให้หนานอินจ้องมองมู่เฉียนซีอย่างดุดัน
“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า เป็นเพราะเจ้า! หากเจ้าทําให้พี่ใหญ่อวิ๋นตกอยู่ในอันตราย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน”
มู่เฉียนซีกล่าวอะไรไม่ออก เดิมทีก็อยากจะแยกทางกันอยู่แล้ว อีกอย่าง นางไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอให้ใครมาช่วยอะไรตั้งแต่แรก น่าเบื่อนัก!
ใครจะไปคิดว่าอวิ๋นฮวาผู้นี้จะติดหนึบเสียยิ่งกว่า ‘กาว’ เหนียว ๆ ที่ไม่สามารถสลัดทิ้ง
อวิ๋นฮวากล่าวกับมู่เฉียนซีอย่างอ่อนโยน “แม่นางซีไม่ต้องกังวล ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่ทิ้งเจ้าไว้คนเดียว ข้าจะช่วยเจ้าตามหาดอกบัวกำเนิดเก้าวิญญาณเอง”
มู่เฉียนซี “จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องรบกวนพวกเจ้าหรอก พวกเจ้ากลับไปเถอะ”
“แม่นางซี เจ้าอย่าได้เกรงใจไปเลย เจ้าอยู่ในหุบเขามรณะคนเดียวมันอันตรายเกินไป”
อวิ๋นฮวาเป็นห่วงมู่เฉียนซีมาก ทําให้หนานอินรู้สึกเกลียดชังจนขบฟันแน่น
เด็กสาวผู้นี้ไม่ควรเก็บไว้ หากน