เป็นจริงเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเขาได้กล่าวเตือนเอาไว้ในประโยคคำพูดนั้น อวิ๋นฮวาผู้นี้ช่างเป็นสวะชั้นดีเสียจริง
แต่เขากลับคิดว่านางนั้นถูกอวิ๋นฮวาหลอกเสียแล้ว นั่นเป็นการดูถูกนางมากไปหรือไม่ ?
ในยามราตรี มู่เฉียนซีนอนพักผ่อนอยู่ในกระโจมของตน ทว่านางกลับรู้สึกได้ถึงพลังอันเยือกเย็นพลังหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้
มู่เฉียนซีลืมตาขึ้น ปากก็กล่าวว่า “ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที”
ดวงตาของเขามองไปที่มู่เฉียนซีอย่างสงบนิ่ง มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นอีกว่า “ข้าว่านะ เจ้าจะต้องรู้จักข้าแน่นอน” เขาไม่เห็นความตื่นตระหนกใด ๆ มู่เฉียนซีลอบกล่าวในใจ “เจ้านี่คาดเดาไม่ได้เลยจริง ๆ”
มู่เฉียนซีไตร่ตรองถึงบรรดาผู้ที่นางรู้จัก และเป็นผู้ที่มีเหตุผลที่จะเป็นศัตรูกับสำนักอวิ๋นเยียนเพื่อนาง ในที่สุดนางก็คิดคำนวณออกมาแล้วกล่าว “หรือว่าท่านจะเป็น ท่านอารองของข้า ?”
ใบหน้าของจักรพรรดิเซี่ยแข็งทื่อ เขาดูแก่ขนาดนั้นเชียวรึ ?
มู่เฉียนซีถามขึ้นอีก “หรือว่าเป็นพี่ใหญ่ของข้า ?”
อีกฝ่ายยังคงไม่กล่าววาจาใด มู่เฉียนซีจึงพึมพำอีกครั้ง “เจ้าคงมิใช่ท่านพ่อของข้าหรอกกระมัง” จักรพรรดิเซี่ยรู้สึกว่ามู่เฉียนซีจะยกเหล่าเครือญาติของนางทั้งหมดออกมากล่าว เขาจึงกล่าวขึ้นเพื่อตัดบท “ข้าไม่ใช่ญาติของเจ้า”
นางเดาผิดเสียแล้ว!
“แม้แต่ญาติที่สนิทที่สุด เจ้ายังจำไม่ได้หรือ ?”
คนที่ใส่ใจจริง ๆ ถึงต่อให้ใส่หน้ากากเอาไว้ก็ยังคงสามารถจำได้
มู่เฉียนซี “สถานก