ไปได้แล้ว”
อาถิง “ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น กว่าข้าจะออกมาได้สักครั้งไม่ง่ายเลย ข้าจะสร้างความสัมพันธ์กับผู้ร่วมทำพันธสัญญาของข้าสักหน่อย”
— ตูม! —
จิ่วเยี่ยต่อยหน้าอาถิงอย่างแรงด้วยความโกรธจัดจนกำแพงด้านหลังของอาถิงเป็นรูขนาดใหญ่
“เจ้า! จะลงมือโดยที่ไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยรึ ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ!” อาถิงตะโกนใส่จิ่วเยี่ย
มู่เฉียนซี “เจ้าโกรธจริงข้าก็โกรธจริงเช่นกัน เจ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วใช่หรือไม่ ? เจ้ากับข้าไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งใด ๆ ต่อกัน” มู่เฉียนซีเห็นอาถิงยั่วโมโหจิ่วเยี่ยเช่นนี้ นางจึงรีบพาอาถิงกลับเข้าไปในมิติทันที
จิ่วเยี่ยหันขวับมามองนาง “ซี… เจ้าต้องมีความรู้สึกนั้นกับข้าเพียงคนเดียว”
“ข้าพูดได้แค่ว่า…”
“อื้อ…” มู่เฉียนซีกล่าวยังไม่ทันจบคำ จิ่วเยี่ยก็คว้านางมาจุมพิตอย่างเร่าร้อน
สำหรับมู่เฉียนซีแล้ว ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่นางทรมานมากที่สุด จิ่วเยี่ยยังคงจุมพิตนางอย่างไม่มีท่าทีจะปล่อยนางเลย แต่ทันใดนั้น จื่อโยวเข้ามาแจ้งข่าวคราว “เยี่ย ทางนั้นต้องการเจ้า!”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีไว้ และกล่าวกับนางว่า “ทางฝั่งนั้นต้องการความช่วยเหลือจากข้า หากข้าไม่ไปเรื่องมันจะยุ่งยาก รอให้หาเจอ แล้วข้าจะทำให้เจ้าประหลาดใจแน่นอน”
มู่เฉียนซี “อืม”
กล่าวจบจิ่วเยี่ยกับจื่อโยวก็อันตรธานหายไปทันที จากนั้นไม่นานอาถิงก็ปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง ทันทีที่เขาออกมา เขาก็พร่ำบ่น “หญิงอัปลักษณ์ เจ้า! ได้ ข