้าจะจำไว้ เพื่อเขา เจ้าถึงกับบังคับเอาข้ากลับไปในมิติ”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าว “ข้ากลัวว่าหากข้าไม่เอาเจ้ากลับเข้าไปในมิติเจ้าจะกลายเป็นโครงกระดูกเอาน่ะสิ และหากข้าปล่อยให้เจ้าพูดจาซี้ซั้วต่อ มีหวังข้าคงต้องโดนทรมานตายเพราะเจ้าไปด้วยเป็นแน่”
“เจ้าคิดว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าบ้าขี้โอ่นั่นรึ ?”
“ใช่! เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ครั้งล่าสุดที่เจ้าสู้กับเขา แล้วสุดท้ายผลก็อย่างที่เห็น ก่อนจะถึงเวลาอันควรเจ้าอย่าผลีผลามจะดีกว่า”
อาถิง “เจ้าหมายความว่าหากถึงเวลาอันควรก็สามารถลงมือได้ใช่หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซี “รอให้ข้ามั่นใจก่อนว่าข้าสู้เขาได้ เมื่อถึงตอนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่จิ่วเยี่ยล่วงเกินข้าไว้ ข้าจะเอาคืนกลับหลายเท่าเป็นแน่ เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะยอมให้โดนเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวงั้นรึ ?”
อาถิง “เจ้าพูดเช่นนี้ข้าก็วางใจขึ้นมาหน่อย ข้ามองเจ้าผิดไป เอาเถอะ เจ้ารีบฝึกฝนเร็ว ๆ เข้าล่ะ จะได้จัดการกับเจ้านั่นสักที”
มู่เฉียนซีพยักหน้า “อืม! ”
“แต่ว่าตอนนี้…” อาถิงหันมองมู่เฉียนซี เขารู้สึกว่าหนทางนั้นยังอีกยาวไกล
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “อาถิง เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้โกหกจิ่วเยี่ย”
“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ชอบขี้หน้าเจ้านั่น แต่เรื่องสำคัญเช่นนั้นข้าไม่มีทางเอามาล้อเล่น”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
เรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือต้องรีบหาสมุนไพรวิญญาณสองชนิดนั้นให้เจอโดยเร็วที่สุด จากนั้นก็รีบฝึกฝนต่อ