านี่ไม่ใช่พลังของโอวหยางหว่านอย่างแน่นอน
— ตูม! ตูม! ตูม! —
เนื่องจากแผ่นดินแตกระแหง ทำให้ความเร็วในการถอยหนีของพวกเขาล่าช้าลง กู่ก็ยิ่งเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้น
— ตูม! —
หลังจากที่เสียงตูมดังสนั่นขึ้น แผ่นดินก็ปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ซ้ำร้ายยังมีควันดำลอยขึ้นมาจากรอยแยกนี้ราวกับว่ากำลังจะมีสัตว์ร้ายพุ่งออกมา
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่านอกจากสตรีที่น่ากลัวราวกับปีศาจอย่างโอวหยางหว่านแล้ว ยังมีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าปรากฏออกมาอย่างลึกลับเช่นนี้
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วมุ่น นางฉงนสงสัยอย่างเต็มที่ ทว่าถึงอย่างไรโอวหยางหว่านก็ต้องตาย นางจึงไม่ได้เกรงกลัวต่อสิ่งใดแล้ว
โอวหยางหว่านยิ้มอย่างชั่วร้าย ปากก็กล่าว “มู่เฉียนซี เจ้าไม่มีทางหนีรอดจากข้าไปได้”
ทันใดนั้นเอง ร่างชุดดำร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้นราวกับภูตผีปีศาจ ร่างของเขาห่อหุ้มไปด้วยควันดำดูแปลกประหลาด
มู่เฉียนซี ซวนหยวนชิงอวิ๋น และคนอื่น ๆ จ้องมองไปที่ชายชุดดำนั้นอย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นเสียงต่ำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “นี่ที่คงจะเป็นแคว้นจื่อเยี่ยของเซี่ยโจว”
ชายชุดดำเงยหน้าขึ้นมองโอวหยางหว่านผู้ที่เวลานี้ทั้งร่างถูกห้อมล้อมไปด้วยกู่นับไม่ถ้วน เขากล่าวอย่างนิ่งสงบว่า “เจ้าคือโอวหยางหว่าน ฮองเฮาของแคว้นจื่อเยี่ยใช่หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกว่าท่าจะไม่ดีแล้ว หรือว่าคนผู้นี้จะมาช่วยโอวหยางหว่าน
“ใช่! ข้าคือโอวหยางหว่าน แล้วเ