จ้า…” สีหน้าของโอวหยางหว่านฉายแววยินดี
หรือว่าสำนักไป๋กู่ของพวกเขาจะมีผู้ที่แข็งแกร่งอีกหนึ่งคน หากไม่ใช่เพราะมู่เฉียนซีบีบบังคับให้นางมาถึงทางตัน นางไม่มีทางใช้วิชาลับที่คร่าชีวิตของตัวเองได้เป็นอันขาด หากคนผู้นี้ช่วย นางก็มีโอกาสรอด
ควันดำหนาทึบพุ่งไปห้อมล้อมร่างของโอวหยางหว่านเอาไว้ ฉับพลันนั้นกู่ที่อยู่บนร่างของโอวหยางหว่านอันตรธานหายไปในชั่วพริบตา อีกทั้งวิชาลับที่นางใช้ก็ถูกชายผู้แข็งแกร่งผู้นี้ทำให้หยุดลง
นางหลุดพ้นจากอันตรายนั้นแล้ว สีหน้าของโอวหยางหว่านในเวลานี้เต็มไปด้วยความดีอกดีใจ
อันตรายจากกู่ถูกชายผู้นั้นจัดการแล้ว ทว่า…
มู่เฉียนซีรู้สึกว่ากำลังเจอศัตรูที่น่ากลัวและแข็งแกร่งกว่าเพิ่มอีกคนหนึ่ง นางใช้พันธสัญญาติดต่อกับอาถิงอย่างเร่งด่วน “อาถิง หากเกิดเรื่องฉุกละหุกขึ้น เจ้าต้องลงมือให้ทันการเข้าใจหรือไม่ ?”
อาถิงกล่าวอย่างเกียจคร้าน “วางใจเถอะ! ข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าตายง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน ?”
ทว่าในตอนนี้นั้น โอวหยางหว่านรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว ขณะที่ชายชุดดำตรงหน้านางกล่าวว่า “เจ้าคือโอวหยางหว่านจริง ๆ”
ฉับพลันทันใดควันดำพันรอบคอโอวหยางหว่านแน่น พันแน่นเสียจนใบหน้าของนางเริ่มกลายเป็นสีม่วง
นางจ้องมองคนตรงหน้า “จะ… เจ้า… เจ้าจะฆ่าข้า!”
คนผู้นี้ไม่ใช่จะมาช่วยนางหรอกรึ ? จะฆ่านางได้อย่างไรกัน ?
“เอื้ออออ!”
ชายชุดดำโจมตีโอวหยางหว่านกะทันหันเช่นนี้ ทำให้มู่เฉียนซีรู้ส