ด้แต่ทนมันอยู่เรื่อยมา เขาไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ล้างแค้นอย่างสุขสมดั่งใจหมายเช่นนี้
สะใจดีแท้!
“พรวด!” ผู้อาวุโสที่สี่แห่งสํานักอวิ๋นเยียนกระอักเลือดระลอกใหญ่ เขากล่าวเสียงเย็น “ข้านั้นเป็นคนของสำนักนิกายระดับหนึ่ง สำนักอวิ๋นเยียน! เจ้าฆ่าพวกข้ามิได้”
มู่เฉียนซี “ผิดแล้ว เพราะเจ้าเป็นคนของสำนักอวิ๋นเยียนก็ยิ่งสมควรตาย เจ้ายังกล้าที่จะเตือนข้าเรื่องนี้อีกรึ ? หึ ๆ แต่ความกล้าของเจ้าก็นับว่าน่าชื่นชม”
ผู้อาวุโสที่สี่รู้สึกเพียงว่าสาวน้อยผู้นี้บ้าไปแล้ว แม้แต่สํานักนิกายระดับหนึ่ง สำนักอวิ๋นเยียน นางก็ยังมิขลาดกลัว
ผู้อาวุโสที่สี่มองไปทางเมี่ยอวิ๋นก่อนจะกล่าว “ปล่อยข้าไป ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะไปพูดดี ๆ กับท่านเจ้าสำนักสักสองสามประโยค ให้เจ้าได้กลับเข้าสำนักอวิ๋นเยียนดีหรือไม่ ?”
ดวงตาของเมี่ยอวิ๋นนั้นเย็นยะเยือกอย่างหาที่เปรียบมิได้ “เจ้าคิดว่าข้าต้องการที่จะกลับไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผีห่าน่ารังเกียจแห่งนั้นอีกรึ ?”
ทั้งสองคนนั้นล้วนขยาดสำนักอวิ๋นเยียนแทบตาย ทั้งยังเกลียดจนแทบตายด้วยเช่นกัน
มู่เฉียนซีถามขึ้น “พวกเจ้ามาหาเมี่ยอวิ๋น คงเพื่อที่จะถามว่าเมี่ยอวิ๋นนั้นต้องการหาสิ่งใด”
ผู้อาวุโสที่สี่ยิ้ม กล่าวว่า “หากใช่แล้วอย่างไร ? และหากไม่ใช่แล้วอย่างไร ? ฮ่า ๆ ๆ เขานั้นตั้งชื่อให้ตนเองว่า เมี่ยอวิ๋น ซึ่งหมายถึงผู้พิฆาตข้าอวิ๋นเยียน เหอะ! คิดที่จะล้างสำนักอวิ๋นเยีย