นของข้า เป็นไปไม่ได้!”
— ฉึก! —
เข็มยาเข็มหนึ่งแทงเข้าไปตรงระหว่างไหล่และคอของผู้อาวุโสที่สี่อย่างไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว
ขณะที่เขากําลังจะตาย มู่เฉียนซีกระซิบว่า “เขานั้นไม่สามารถทำลายสำนักอวิ๋นเยียนได้ ด้วยเพราะสำนักอวิ๋นเยียนจะถูกข้าทำลายแล้ว”
“เจ้า… เจ้า…”
ผู้อาวุโสขาดใจตายทั้งที่ไม่เต็มใจ ส่วนเมี่ยอวิ๋นเองก็ได้ถูกคำกล่าวประโยคนั้นของนางทำให้ตกตะลึง “เจ้าอยากที่จะทำลายสำนักอวิ๋นเยียน เจ้าเองก็มีความแค้นฝังลึกกับสำนักอวิ๋นเยียนเหมือนกันหรือ ?”
มู่เฉียนซี “เจ้าเองก็เช่นกัน ดูเหมือนว่าสํานักอวิ๋นเยียนจะก่อกรรมทำบาปมามากเกินไปจริง ๆ ส่วนคนอื่น ๆ นั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บไว้แล้ว”
เมื่อดาบในมือถูกเงื้อขึ้นและฟาดลงมา เมี่ยอวิ๋นก็จัดการคนพวกนี้เสียจนหมดสิ้นไป เขามองตามเงาด้านหลังของมู่เฉียนซีไปและกล่าวขึ้น “ถ้าหากว่าเจ้าสามารถทำลายสำนักอวิ๋นเยียนได้ ข้าผู้นี้สามารถทำเรื่องอะไรให้เจ้าก็ได้”
“เจ้ามีความแค้นเคืองอันใดกับสำนักอวิ๋นเยียนรึ ?”
เมื่อถูกถามเช่นนี้ เขาจำต้องกล่าวถึงเรื่องที่เขาไม่อยากนึกถึงออกมา
เดิมทีเมี่ยอวิ๋นนั้นสกุลอวิ๋น เขาเป็นศิษย์ของสำนักอวิ๋นเยียน มีพรสวรรค์ที่ทำให้ผู้อื่นต้องตกตะลึงตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้งเขายังขยันอดทน ทำให้พรสวรรค์ของเขาไม่ด้อยไปกว่าคุณหนูใหญ่แห่งสำนักอวิ๋นเยียน ผู้ที่ถูกยกย่องว่ามีคุณสมบัติจากสวรรค์และหาผู้ใดเทียบไม่ได้บนพื้นปฐพีนี้เลย
ทว่า