มสวมหน้ากากหยกขาวเพื่อบดบังใบหน้าของตนเองไว้ ดวงตาที่เย็นยะเยือกคู่นั้นจ้องมองคนเหล่านั้นที่อยู่ตรงหน้า ปากก็กล่าวว่า “ไสหัวไปซะ!”
คนของหุบเขาหมอเทวดาต่างก็รู้สึกประหลาดใจไปตาม ๆ กัน จู่ ๆ ก็มีบุคคลปริศนาโผล่มาปกป้องจวินโม่ซีเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร ?
คนที่ประหลาดใจไม่แพ้กันนั่นก็คือมู่เฉียนซี คนผู้นี้อย่างน้อยต้องมีพลังที่แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขานั้นเย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งก้อนยักษ์เสียอีก ดวงตาคู่นั้นเย็นชาไม่เหลือร่องรอยของความอบอุ่นอยู่แม้แต่น้อย ดูเหมือนไม่ได้เป็นคนดีอะไรเช่นนั้น
หรือบางที… เขาก็อาจจะเป็นคนรู้จักเก่าของจวินโม่ซี จวินโม่ซีหนีไปทุกแห่งหน เขาได้รู้จักกับบุคคลที่แข็งแกร่งบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
หากไม่ใช่เพราะห่วงพะวงว่าต้องปลอมตัวเป็นจวินโม่ซีให้แนบเนียนสมบูรณ์แบบ มู่เฉียนซีไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวคนพวกนั้นเลยแม้แต่น้อยเพราะนางได้กินยาวิญญาณจากหม้อเทพปาฮวางชิงมู่จนมีพลังจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าชั่วคราวแล้ว
ศิษย์ที่เจ็ดกล่าว “เจ้าหนุ่มน้อย พวกข้าเป็นคนของหุบเขาหมอเทวดาเชียวนะ หากเจ้ากล้าลงมือก็ลองดู จะได้เห็นดีกัน!”
ในขณะที่เขากำลังกล่าววาจาหยิ่งยโสโอหัง ทันใดนั้นพื้นดินในบริเวณรอบ ๆ ก็รวมตัวกันเป็นก้อนน้ำแข็งเย็นยะเยือก ความน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้พวกเขาไม่กล้าดูถูกบุรุษหนุ่มชุดขาวที่อยู่ตรงหน้า หากเกิดการต่อ