าเจอสถานที่แห่งหนึ่ง จากนั้นนางก็ได้แปลงร่างเป็นจวินโม่ซี ส่องกระจกดูใบหน้าตนเองและกล่าวด้วยความคะนึงถึงว่า… “ไม่รู้ว่าเจ้าตะกละจวินโม่ซีจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้างแล้วในเวลานี้”
หลังจากที่แปลงร่างเป็นจวินโม่ซีเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีก็กินยาวิญญาณที่ได้มาจากหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ไปหนึ่งเม็ดเพื่อเพิ่มพลังให้เป็นระดับจักรพรรดิชั่วคราว จากนั้นก็เตรียมตัวออกจากเกาะ
แน่นอนว่าการปรากฏตัวเป็นจวินโม่ซีครั้งนี้ต้องมีคนพบเห็น
“เจ้ารีบไปรายงานให้ท่านผู้อาวุโสทราบว่ามีคนพบเจอเจ้าหนุ่มจวินโม่ซีแล้ว เขากำลังล่องเรือออกทะเลไปยังเขตทะเลอู๋หยา”
ประกายแสงเย็นวาบผ่านดวงตาของผู้อาวุโสที่สาม “หึ ๆ ในที่สุดข้าก็หาเจอจนได้ รีบให้คนออกไปตามล่าตัวเดี๋ยวนี้”
ศิษย์ที่หกและศิษย์ที่เจ็ดออกไปตามหา ส่วนไป๋เหรินนั้น เขาต้องออกไปตามหามู่เฉียนซี จึงพลาดโอกาสที่จะทำภารกิจนี้ไป ทำให้เขากลัดกลุ้มใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังทำให้เขาเกลียดมู่เฉียนซีมากขึ้น!
“เจ้ามันช่างสร้างปัญหาให้ข้าแท้ ๆ”
เหล่าบรรดายอดฝีมือจักรพรรดิระดับเก้ามากมายตามไล่ล่าจวินโม่ซีเพียงคนเดียวก็มากเกินพอ ทันทีที่มู่เฉียนซีเข้าใกล้เขตทะเลอู๋หยา นางก็ถูกสะกดรอยตาม และเมื่อมาถึงเกาะอู๋หยา นางก็ถูกล้อมโดยสมบูรณ์
ศิษย์พี่หก “จวินโม่ซี เจ้าโดนล้อมไว้หมดแล้ว ยอมแพ้เสียเถอะ!”
“พวกเจ้าฝันไปเถอะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา ฉับพลันเข็มพิษในมือก็พุ่งออกไปในเวลาเดียวกัน