ยงประกาศกร้าวถึงสุราชั้นดีของพ่อค้าสุรา ทำให้หัวใจของมู่เฉียนซีสั่นสะท้านเล็กน้อย “ข้าสำคัญกว่ารึ ? เพราะว่าข้าอาจจะถอนคำสาปของเจ้าได้เช่นนั้นหรือ ?” มู่เฉียนซีกล่าวถามเสียงใส
— ฟึ่บ! —
มู่เฉียนซีถูกจิ่วเยี่ยดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างดุดัน ดวงตาที่เหมือนน้ำแข็งคู่นั้นมีแววตักเตือน มันดูราวกับว่าจะดูดวิญญาณของนางไป
“ไม่ใช่ มันไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลอะไรทั้งนั้น เพียงเพราะเจ้ามีความสำคัญสำหรับข้า เจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”
จิ่วเยี่ยมองมองดูมู่เฉียนซีผู้ที่เอาใจใส่เขาดังเดิม และได้ฉุดขโมยร่างของนางเข้ามา “อื้อ…”
มู่เฉียนซีมองไปยังบุรุษผู้ที่อยู่ใกล้ชิดติดร่างนางอย่างที่สุด เขากล่าวว่านางนั้นสำคัญมากสำหรับเขาหรือ ? มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการที่นางมีทักษะทางการรักษาที่น่าภูมิใจ ไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์โลกตะลึงในการฝึกบำเพ็ญของนาง ไม่เกี่ยวอะไรกับศาลาเลือนรางเก้าชั้น แต่เป็นเพียงเพราะตัวนางผู้นี้โดยแท้
มู่เฉียนซีดึงคอของเขาเข้ามา จากนั้นทั้งสองก็พัวพันกันอย่างดุเดือด
ในที่สุดเมื่อการจุมพิตอันหนักหน่วงจบสิ้น หน้าผากขาวของมู่เฉียนซีก็ได้อยู่ชิดติดริมฝีปากบาง ๆ ของเขา นางกล่าวขึ้นว่า “จิ่วเยี่ย สิ่งที่เจ้ากล่าวมานี้ ช่างทำให้ข้าชอบเสียจริงนะ และข้าเองรู้สึกว่าเจ้าก็สำคัญมากสำหรับข้า”
“อืม” จิ่วเยี่ยพยักหน้าพึงพอใจ จากนั้นเขาได้ทำการปล้นจุมพิตนางอีกครั้ง จุมพิตครั้งนี้ลึกซึ้งกว่าครั้งที่เพิ่งผ่านมา